ตอน 2
บทที่ 2: ชีวิตประจำวัน
ถานอิ๋วย (谭柚) เป็นคนประเภทที่เมื่อได้รับคำสั่งก็จะลงมือทำทันที ไม่นานนักเธอก็อ่านรายละเอียดภารกิจจนครบถ้วน แต่เธอยังคงสงสัยจึงเอ่ยถาม “ระบบ ฉันควรทำภารกิจให้สำเร็จอย่างไร?”
ดูเหมือนระบบจะนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบว่า “เมื่อโฮสต์เตรียมตัวพร้อมแล้วให้แจ้งระบบ ระบบจะส่งโฮสต์เข้าไปในภารกิจ เมื่อถึงตอนนั้นโฮสต์จะเป็นตัวแทนของว่าที่ผู้ว่าจ้าง โดยจะเข้าไปใช้ชีวิตแทนเจ้าของเรื่องไม่ว่าจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ตาม”
ถานอิ๋วยครุ่นคิด พยายามทำความเข้าใจด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด “มันเหมือนกับตัวละครในละครโทรทัศน์ใช่ไหมคะ? พอฉันกลายเป็นเธอ ฉันก็แค่ต้องใช้ชีวิตแบบที่เธอควรจะเป็น?”
“ประมาณนั้นแหละ” ระบบตอบ
ถานอิ๋วยยังมีข้อสงสัยต่อ “แต่เมื่อกี้บอกว่าไม่ใช่ตัวฉันที่ไป แล้วฉันจะไปยังไงคะ? แล้วฉันจะกลับมาได้ไหม?”
“ระบบจะส่งจิตวิญญาณของโฮสต์ไปอยู่ในร่างของผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าในโลกภารกิจจะผ่านไปนานเท่าไร ในโลกความเป็นจริงก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น”
ถานอิ๋วยเบิกตากว้าง “นั่นก็หมายความว่า… ฉันจะมีเวลามากมายเลยน่ะสิ? เป็นอมตะอย่างนั้นเหรอ?”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าระหว่างทำภารกิจให้ระวังตัวให้ดี หากโฮสต์ดับสูญในโลกภารกิจ ร่างกายในโลกความเป็นจริงก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
ถานอิ๋วยพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ ตอนนี้ยังไม่ไปนะคะ ฉันยังไม่พร้อม อีกอย่างตอนนี้ยังไม่สะดวกด้วย”
ระบบไม่ได้เร่งเร้า “ได้ งั้นตอนนี้เจ้ามีธุระอื่นอีกหรือ?”
ถานอิ๋วยตอบอย่างเกรงใจ “พ่อกับแม่จะไปทำงานที่เมืองซี (C州) ในวันพรุ่งนี้ ฉันอยากรอให้ท่านออกเดินทางไปก่อนแล้วค่อยเริ่มทำภารกิจค่ะ อีกอย่างฉันอยากจะศึกษาภารกิจให้ละเอียดกว่านี้ อยากจะทำออกมาให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่ามีเวลาสามวันเหรอคะ? ฉันขอออกเดินทางภายในสามวันนี้ก็แล้วกัน”
ระบบเข้าใจทันที “ตกลง งั้นรอเจ้าพร้อมแล้วค่อยว่ากัน”
“ระบบใจดีที่สุดเลยค่ะ ฉันแค่อยากเก็บพลังงานให้ได้เยอะๆ จะได้เพิ่มค่าสติปัญญาไง”
ระบบขยับเล็กน้อย ในฟอรัมระบบรุ่นพี่ต่างบอกว่าโฮสต์มักจะกดขี่ระบบอย่างหนักหน่วง แล้วทำไมโฮสต์ที่มันเจอถึงได้ว่าง่ายขนาดนี้? บอกอะไรก็เชื่อฟังไปหมด?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ระบบน้อยก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา เอาเถอะ เห็นแก่ความน่ารักน่าชังของโฮสต์ มันจะตั้งใจช่วยเธอเต็มที่เลย!
คนกับหนึ่งระบบคุยกันไปมา จนตอนนี้ถานอิ๋วยตาสว่างสนิท เธอเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่ นั่งพลิกดูภารกิจแรกซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งเวลาประมาณตีห้า เธอก็ทำความเข้าใจประสบการณ์ชีวิตของผู้ว่าจ้างคนแรกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หลังจากอ่านวนไปวนมากว่าหลายสิบครั้ง ถานอิ๋วยก็พอจะเห็นภาพลางๆ แล้วว่าควรจะวางตัวอย่างไรเมื่อไปถึงที่นั่น
เธออยากจะปรึกษาสิ่งเหล่านี้กับระบบ แต่เรื่องอื่นพอจะคุยได้ พอแตะเรื่องภารกิจทีไร ระบบก็ไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากประโยคเดิมซ้ำๆ ว่า “กรุณาทำภารกิจให้สำเร็จด้วยตนเอง”
ในตอนนั้น ถานอิ๋วยยังไม่รู้หรอกว่าระบบตัวน้อยที่ตกลงมาจากฟ้าของเธอนั้นเป็นแค่ของไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง บางทีอาจเป็นเพราะเธอไม่รู้ เธอจึงรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ พึ่งพาตัวเองก็ได้นี่นา แค่พยายามให้มากขึ้นก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง?
ในหัวยังคงขบคิดถึงเรื่องภารกิจ แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องทางฝั่งทิศตะวันตก ถานอิ๋วยก็รีบคุกเข่าลงบนเบาะรองนั่งอย่างรวดเร็ว เฉิงเหวินฮุ่ย (程文慧) ผลักประตูเดินออกมา เมื่อเห็นถานอิ๋วยคุกเข่าอยู่อย่างเรียบร้อยจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ลุกขึ้น ไปล้างหน้าแล้วไปซักผ้าซะ”
ถานอิ๋วยลุกขึ้นทันที ไม่ได้โต้ตอบอะไรเฉิงเหวินฮุ่ย เดินตรงไปที่บ่อน้ำแล้วลงมือตักน้ำผสมผงซักฟอกซักผ้าอย่างคล่องแคล่ว งานเหล่านี้เธอทำจนชินมือไปเสียแล้ว
เด็กชนบทส่วนใหญ่ต้องทำสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งเลี้ยงไก่ให้อาหารเป็ด ทำอาหาร ซักผ้า ทำงานบ้าน ถานอิ๋วยทำมาตั้งแต่เล็กจนโตโดยไม่เคยคิดขัดขืน หากขัดขืนไปสุดท้ายเธอก็จะได้รับฉายาว่าเป็นคนขี้เกียจอยู่ดี
เฉิงเหวินฮุ่ยเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้า อาหารเช้าในฤดูร้อนนั้นทำง่าย เพียงแค่ต้มข้าวต้มหม้อใหญ่แล้วทำแผ่นแป้งทอดสักสองสามชิ้น ก็สามารถกินได้ตั้งแต่เช้าไปจนถึงเย็น
นั่นเป็นกรณีที่อากาศยังพอทนได้ แต่หากอากาศร้อนจัด อาหารที่ทำตอนเช้าพอถึงช่วงบ่ายก็จะบูดเสีย ครอบครัวของถานถือเป็นครอบครัวยากจนข้นแค้นในหมู่บ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้าจึงไม่มี
ถานอิ๋วยนั่งยองๆ อยู่ข้างบ่อน้ำ ซักผ้ากองโตด้วยความมุ่งมั่น ทั้งเสื้อผ้าของพ่อแม่และน้องสาว เมื่อวานเธอถูกทำโทษให้คุกเข่าเลยไม่ได้ชำระร่างกาย พอกลับไปตอนพ่อแม่เดินทางออกไปแล้ว เธอคงต้องต้มน้ำเพื่ออาบสักหน่อย
ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ถานอิ๋วยก็ซักและล้างน้ำจนสะอาดสะอ้าน ตอนที่เธอเริ่มตากผ้า อาหารเช้าของเฉิงเหวินฮุ่ยก็เสร็จพอดี เวลานี้ถานเยว่ (谭玥), ถานหลิน (谭林) รวมถึงปู่ย่าก็ตื่นกันหมดแล้ว
เฉิงเหวินฮุ่ยยกอาหารเช้าไปวางไว้ที่โต๊ะพับหน้าบ้าน ถานอิ๋วยหยิบชามตะเกียบจากตู้มาช่วยตักอาหารให้ผู้ใหญ่จนครบทุกคนก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะ
เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว เฉิงเหวินฮุ่ยก็เอ่ยขึ้น “กินข้าวเสร็จเราจะไปเมืองซีกัน ถานเยว่จะไปกับพวกเราด้วย แล้วค่อยกลับมาตอนเปิดเทอม”
“ส่วนช่วงปิดเทอมหน้าร้อนนี้ แกก็อยู่ที่บ้านนี่แหละ ถ้าที่โรงเรียนมีธุระอะไรก็โทรมาบอกฉัน” ประโยคนี้เธอพูดกับถานอิ๋วย สายตาที่มองลูกสาวดูเย็นชา เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงโกรธเรื่องคะแนนสอบเข้ามัธยมปลายของถานอิ๋วยไม่หาย
ถานอิ๋วยเพียงแค่พยักหน้า ปกติเธอเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว และไม่มีใครอยากจะฟังสิ่งที่เธอพูดจริงๆ จังๆ เพราะในสายตาของทุกคน ทุกประโยคที่เธอเอ่ยออกมา สุดท้ายก็จะกลายเป็นอาวุธที่ใช้โจมตีและดุด่าเธออยู่ดี
เฉิงเหวินฮุ่ยไม่ได้ใส่ใจท่าทีของถานอิ๋วย “คะแนนสอบเข้ามัธยมปลายรอบนี้แกทำได้แย่มาก ขาดไปแค่สองคะแนน โรงเรียนมัธยมปลายยังแทบจะไม่มีที่เรียน ผู้หญิงวัยแกขนาดนี้ ไม่เรียนหนังสือแล้วแกจะทำอะไร? ไปเป็นแรงงานในโรงงานเขาก็ไม่รับ มีแต่ต้องกลับมาทำนา”
“แถมสายตายังไม่ดีอีก ไปถอนหญ้าในนาก็แยกไม่ออกระหว่างต้นข้าวกับวัชพืช นอกจากเรียนหนังสือแล้ว แกทำอะไรเป็นบ้าง?” เฉิงเหวินฮุ่ยเริ่มบทสั่งสอนประจำวันอีกครั้ง
เมื่อก่อนถานอิ๋วยจะรู้สึกรำคาญใจที่ต้องมานั่งฟังเรื่องพวกนี้ซ้ำๆ แต่หลังจากอ่านประสบการณ์ชีวิตของผู้ว่าจ้างคนแรกเมื่อคืนนี้ ถานอิ๋วยกลับฟังคำพูดเหล่านั้นเข้าหูมากขึ้น
แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนพูดเก่ง ต่อให้ความคิดในใจเปลี่ยนไปเธอก็ไม่ได้แสดงออกทางคำพูด ทำได้เพียงพยักหน้าตามเดิม
เฉิงเหวินฮุ่ยถอนหายใจ “ฉันไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว แกก็สิบหกแล้ว ชาวต่างชาติพอสิบแปดเขาก็แยกตัวออกมาอิสระกันแล้ว พอแกครบสิบแปดเมื่อไหร่ เราก็คงไม่ยุ่งกับแกแล้วเหมือนกัน”
ถานอิ๋วยเงยหน้ามองเฉิงเหวินฮุ่ย เธอเป็นคนประเภทที่เอาจริงเอาจัง ดังนั้นเธอจึงเก็บคำพูดของเฉิงเหวินฮุ่ยมาคิดจริงๆ จังๆ
ถานหลิน (พ่อของถานอิ๋วย) เสริมขึ้นมาว่า “แม่แกพูดไม่ผิดหรอก คนต่างชาติพอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง บ้านเราก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน พอแกโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ก็ไปหาเงินเลี้ยงตัวเองซะ”
“อีกอย่าง ตลอดหลายปีมานี้แกใช้เงินที่บ้านไปเท่าไหร่ ถ้าคิดปีละหมื่น เราเลี้ยงแกมาหลายปีขนาดนี้ ถึงเวลานั้นแกต้องเอามาคืนเราให้หมด”
ถานอิ๋วยกำตะเกียบแน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำ ปกติบุคลิกของเธอค่อนไปทางปู่ถานเต๋อหมิง (谭德明) ที่เป็นคนพูดน้อยและสีหน้าเรียบเฉย ต่อให้ในใจจะปั่นป่วนเพียงใด คนอื่นก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลย
ฝากกดติดตาม และฝากกดแนะนำด้วยนะครับ!