ตอน 95
บทที่ 95 งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ (2)
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินมี่จึงหันไปมองขวดไวน์ที่วางอยู่ข้างๆ เธอส่ายหน้าอย่างมั่นใจทันที
"ฉันไม่ได้สั่งค่ะ"
งานเลี้ยงฉลองคืนนี้เธอไม่ได้ลงมือจัดการอะไรเลย มอบหมายให้พี่เหม่ยหลิงเป็นคนดูแลทั้งหมด ซึ่งเธอรู้ดีว่าพี่เหม่ยหลิงเป็นคนละเอียดรอบคอบมาก เธอจึงวางใจได้เสมอ
"เดี๋ยวฉันไปถามหยวนหยวนดูนะ" โจวเหม่ยหลิงเอ่ยด้วยความสงสัย
ในตอนนั้น หยวนหยวนที่กำลังชนแก้วกับพนักงานคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน เมื่อได้ยินคำถามจากโจวเหม่ยหลิง เธอก็วางแก้วในมือลงแล้วตรงดิ่งมาหาหลินมี่ทันที
"ฉันก็ไม่ได้สั่งไวน์แดงนะ หรือว่าพนักงานเสิร์ฟจะเอามาผิดโต๊ะ?"
หยวนหยวนตั้งข้อสันนิษฐาน เธอรู้ดีว่าแม้หลินมี่จะใจกว้างกับพนักงานเพียงใด แต่ก็รู้จักกาลเทศะและไม่มีทางสั่งเครื่องดื่มราคาแพงระยับขนาดนี้มาโดยไม่จำเป็น
พูดจบ เธอก็เรียกพนักงานเสิร์ฟที่ดูแลห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวนี้เข้ามาสอบถามทันที
พนักงานเสิร์ฟรีบอธิบายเสียงเบา "ไวน์ขวดนี้ คุณเว่ยเป็นคนสั่งให้มาส่งครับ"
คุณเว่ย?
เมื่อได้ยินนามสกุลนี้ สีหน้าของโจวเหม่ยหลิงและหยวนหยวนก็เปลี่ยนไปในทันที พวกเธอเข้าใจกระจ่างแจ้งในบัดดล
ทั้งสองสบตากันด้วยแววตาหยอกล้ออย่างรู้กัน หยวนหยวนถึงกับยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหมายขณะหันไปมองหลินมี่ "โอ้~ ที่แท้ก็เป็นคุณเว่ยส่งมานี่เอง~ แบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลยนะ"
"อะแฮ่ม..."
หลินมี่กระแอมไอเบาๆ อย่างทำตัวไม่ถูก "ในเมื่อเป็นน้ำใจจากคุณเว่ย งั้นก็ให้ทุกคนดื่มด้วยกันเลยแล้วกันค่ะ"
หยวนหยวนเห็นท่าทีเช่นนั้นก็เข้าใจในทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยิ่งกว้างขึ้นและตื่นเต้นกว่าเดิม เธอหันไปป่าวประกาศให้ทุกคนในห้องได้ยิน
"ทุกคนคะ! มาดื่มไวน์แดงกัน! นี่เป็นไวน์ชั้นเลิศที่คุณเว่ยซวินจากหยาเฉวียนส่งมาให้ค่ะ ขวดนี้ราคาตั้งสองสามหมื่นเชียวนะ คืนนี้พวกเราโชคดีจริงๆ ที่ได้ดื่มของดีแบบนี้เพราะบารมีของคุณหลินมี่แท้ๆ เลย!"
สิ้นเสียงของหยวนหยวน เสียงเฮลั่นก็ดังไปทั่วห้องจัดเลี้ยง พนักงานหลายคน โดยเฉพาะเหล่าพนักงานสาวๆ ต่างพากันซุบซิบด้วยรอยยิ้ม
"ว้าว! คุณเว่ยนี่รุกหนักจริงๆ นะคะ!"
"เจตนาของคุณเว่ยนี่แทบไม่ต้องเดาเลยชัดๆ"
"จะว่าไป พวกเขาเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยกเลยเนอะ ฉันอยากจะเชียร์คู่นี้ใจจะขาดแล้ว!"
"ไม่รู้เมื่อไหร่จะเปิดตัวนะ เราจะได้กินขนมหวานฉลองข่าวดีกันไหมเนี่ย?"
"ดูท่าทีการรุกแบบนี้ อีกไม่นานหรอกมั้ง"
ในแววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น แม้จะเป็นการหยอกล้อ แต่ทุกคนก็อวยพรให้ทั้งคู่จากใจจริง เพราะในสายตาของพวกเขา ทั้งคู่ทั้งรวยทั้งหน้าตาดี เป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับฟ้าประทานจริงๆ
คนหน้าตาดีสองคนอยู่ด้วยกัน ใครล่ะจะอดใจไม่จิ้นได้!
ถึงแม้เหล่าพนักงานสาวจะพยายามลดเสียงลง แต่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างหลินมี่ก็ยังพอได้ยินผ่านหูมาบ้าง เมื่อเห็นท่าทีที่พยายามรักษาความนิ่งของหลินมี่ โจวเหม่ยหลิงที่นั่งข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
เธอเห็นเจตนาของคุณเว่ยที่มีต่อเจ้าของบริษัทของพวกเธออย่างชัดเจนมาโดยตลอด
เธอยังจำภาพเหตุการณ์ที่ตึกหมิงฮุยได้แม่นยำ ตอนที่เว่ยซวินทราบข่าวความปลอดภัยของหลินมี่ เขาพุ่งตัวมาหาเธอด้วยความร้อนรนและกอดเธอไว้แน่นด้วยความห่วงใย ตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้พิเศษกับหลินมี่จริงๆ
และจากการได้พบเจอกันในครั้งต่อๆ มา เธอก็ยิ่งได้รู้จักตัวตนของเว่ยซวินมากขึ้น
ได้ยินว่าช่วงก่อนหน้านี้เขายังย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ หลินมี่อีก เรื่องแบบนี้คิดดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ต้องเป็นความตั้งใจแน่ๆ!
ความในใจของเขาแทบจะเปิดเผยออกมาให้คนทั้งโลกเห็นอยู่แล้ว!
อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกว่าเว่ยซวินเป็นคนที่พึ่งพาได้จริง แม้เขาจะประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ใครๆ ต่างยกย่อง แต่เขากลับเป็นคนที่รู้จักวางตัว รักนวลสงวนตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวมั่วซั่ว และรักษาระยะห่างกับเพศตรงข้ามได้ดีเยี่ยม
แน่นอนว่า 'คุณหลินมี่' ของพวกเธอคือข้อยกเว้น
เขาไม่เคยใช้ความสำเร็จของตัวเองมาเป็นข้ออ้างในการวางอำนาจหรือดูแคลนผู้หญิงว่าต้องคอยหมุนรอบตัวเขา ซึ่งนิสัยนี้ดีกว่าอดีตสามีเฮงซวยของเธอเป็นไหนๆ
ดังนั้น เธอจึงค่อนข้างสนับสนุนให้ทั้งคู่ได้ลงเอยกัน
ทว่า หลังจากที่ผ่านชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวมา โจวเหม่ยหลิงรู้ดีว่าเรื่องของความรู้สึกนั้นเหมือนการดื่มน้ำ ดื่มเองเย็นเองรู้เอง เธอจะไม่ไปยุยงหรือก้าวก่ายความสัมพันธ์ของใคร เพียงแค่รู้สึกว่าคนอย่างคุณเว่ยนั้นคู่ควรที่จะได้รับโอกาส ส่วนจะลงเอยกันได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลินมี่เอง
ขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับรสชาติของไวน์ราคาแพง หลินมี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาเว่ยซวินอย่างรวดเร็ว
[คุณเป็นคนส่งไวน์แดงมาหรือเปล่าคะ?]
แม้ในใจจะมีคำตอบอยู่แล้ว แต่เธอก็อยากยืนยันให้แน่ใจ
[ครับ ไวน์ยี่ห้อนี้รสชาติดี ลองชิมดูนะว่าชอบไหม?]
เมื่อเห็นข้อความตอบกลับจากเว่ยซวิน หลินมี่ก็รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก มุมปากของเธอเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
[ขอบคุณค่ะ ทุกคนชอบกันมาก แต่คุณรู้ได้ยังไงคะว่าพวกเรามาฉลองกันที่นี่?]
สถานที่จัดงานนี้เธอเพิ่งได้รับแจ้งในช่วงบ่าย และเธอก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายขั้นตอนการจองเลย จึงไม่มีทางบอกใครเกี่ยวกับข้อมูลนี้ได้ เธอจึงค่อนข้างสงสัยว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
ไม่นานนัก ข้อความจากเว่ยซวินก็ส่งกลับมา สั้นและชัดเจน
[คืนนี้ผมก็มาทานมื้อค่ำที่นี่พอดี พอได้ยินว่าพวกคุณจัดงานเลี้ยงฉลองอยู่ที่นี่ ก็เลยสั่งไวน์ไปให้ ถือเป็นการแสดงความยินดีนะครับ]
หลินมี่ยิ้มบาง นิ้วเรียวยาวพิมพ์โต้ตอบบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
โจวเหม่ยหลิงเห็นเจ้านายก้มหน้ากดโทรศัพท์ด้วยท่าทีแปลกๆ จึงเอ่ยถามเบาๆ "ส่งข้อความหาคุณเว่ยเหรอคะ? เขาว่ายังไงบ้าง?"
หลินมี่เงยหน้าขึ้นแล้วพยักหน้าให้ "ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเป็นคนส่งมาจริงๆ เขาบอกว่ากำลังทานมื้อค่ำอยู่ในโรงแรมนี้พอดี พอรู้ว่าพวกเราจัดงานฉลองอยู่ เลยส่งไวน์มาแสดงความยินดีน่ะค่ะ"
โจวเหม่ยหลิงหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะเสนอขึ้นมาว่า "งั้นไม่เชิญคุณเว่ยมาดื่มด้วยกันสักแก้วล่ะคะ? อุตส่าห์ส่งไวน์ราคาแพงมาให้พวกเราทั้งที ทุกคนจะได้ขอบคุณเขาด้วยตัวเองด้วย"
"จริงด้วยค่ะ! ในเมื่อคุณเว่ยอยู่ที่นี่พอดี ให้ทุกคนได้ชนแก้วขอบคุณเขาสักหน่อยก็ดีนะคะ"
หยวนหยวนที่เพิ่งเดินกลับมาได้ยินเข้าก็รีบสนับสนุนทันที เธอเป็นแฟนคลับตัวยงของคู่นี้! ภาพที่คนสองคนนี้เดินคู่กันมันช่างเจริญหูเจริญตาเสียเหลือเกิน สำหรับคนบ้าคนหล่อคนสวยอย่างเธอแล้ว ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว!
คนเหมาะสมกันขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ลงเอยกันคงน่าเสียดายแย่
"แบบนั้นจะดีเหรอคะ เขาก็ติดธุระทานมื้อค่ำอยู่นะ" หลินมี่เผยสีหน้าลังเล ใจหนึ่งเธอก็อยากแสดงน้ำใจขอบคุณ เพราะยังไงเขาก็อยู่ที่โรงแรมเดียวกัน แต่เธอก็ไม่อยากไปขัดจังหวะการเจรจาธุรกิจของเขา
หยวนหยวนพูดตรงๆ "ไม่ถามจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ? เผื่อคุณเว่ยกำลังเบื่องานเลี้ยงฝั่งนั้นอยู่พอดี อีกอย่างแค่มาทักทายดื่มไวน์สักแก้ว ก็ไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวฉันถามดูนะคะ" หลินมี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปอีกครั้ง
(บทนี้มีการแก้ไข รบกวนผู้อ่านกดรีเฟรชแคชเพื่อตรวจสอบเนื้อหา)