ตอน 94
ตอนที่ 94 งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ
หลังจบคำปราศรัยสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
หลินมี่ไม่ใช่คนชอบพูดพร่ำทำเพลง เธอเองก็เคยผ่านชีวิตลูกจ้างมาก่อน จึงรู้ดีว่าคำคมปลุกใจสวยหรูเพียงใด ก็เทียบไม่ได้กับการมอบผลตอบแทนที่จับต้องได้จริง
เมื่อเสียงดนตรีอันไพเราะบรรเลงขึ้น หลินมี่เดินไปยังใจกลางห้องจัดเลี้ยงโดยมีโจวเหม่ยหลิงคอยช่วยเหลือ ในมือของเธอมีถาดใบหนึ่งที่วางซองสีแดงปึกหนาเอาไว้เป็นระเบียบ
“ฉันรู้ว่าทุกคนเหนื่อยกันมาก”
หลินมี่หยิบซองอั่งเปาขึ้นมาหนึ่งกำ กวาดสายตามองพนักงานที่กำลังจดจ้องด้วยความคาดหวัง น้ำเสียงของเธอเจือความหยอกเย้าอย่างผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความเห็นอกเห็นใจจากก้นบึ้งหัวใจ
“เหนื่อยยากมาทั้งปี ก็ต้องมีรางวัลตอบแทนที่คู่ควร! วันนี้ นอกจากโบนัสสิ้นปีและส่วนแบ่งจากโปรเจกต์แล้ว ฉันยังมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ทุกคน หวังว่าหลังจากนี้พวกเราจะร่วมแรงร่วมใจกันต่อไปนะ!”
พูดจบ เธอก็ยื่นอั่งเปาในมือให้แก่สมาชิกหลักที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
“ว้าว! อั่งเปาล่ะ!”
“ขอบคุณครับบอสหลิน”
“บอสหลินสุดยอดไปเลย!”
“รักบอสหลินที่สุดครับ~”
เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังสลับกันไปมาดั่งระลอกคลื่นที่ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้รับซองอั่งเปา ความอยากรู้อยากเห็นทำให้พวกเขาอดใจไม่ไหวจนต้องเปิดออกดู ทันทีที่เห็นธนบัตรใบละหนึ่งร้อยหยวนใบใหม่เอี่ยมปึกหนาอยู่ข้างใน ห้องจัดเลี้ยงทั้งห้องก็แทบจะเดือดพล่านขึ้นมาทันที!
“นี่… อั่งเปานี้มันหนาเกินไปแล้ว!”
“เร็วเข้า บอกมาว่าได้เท่าไหร่”
“ฉันนับแล้ว! ซองเดียวเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนของฉันเลยนะเนี่ย!”
“บอสหลินเกรียงไกร! ตามบอสหลินมีแต่กินหรูอยู่สบาย!”
บรรยากาศแห่งความสุขพุ่งขึ้นถึงขีดสุด พนักงานต่างพากันต่อแถวเพื่อรับอั่งเปาจากมือของหลินมี่ด้วยตัวเอง ทุกคนที่ได้รับซองต่างเผยสีหน้าประหลาดใจอย่างเหลือเชื่อ รวมถึงความเคารพรักและซาบซึ้งใจที่มีต่อหลินมี่อย่างเปี่ยมล้น
หลินมี่ยืนยิ้มมองดูพวกเขา เธอมีความสุขที่ได้แบ่งปันความสำเร็จนี้
เธอเข้าใจดีว่าความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีม มักจะแสดงออกมาให้เห็นผ่านรางวัลและการยอมรับที่จับต้องได้เช่นนี้เอง
หลังแจกอั่งเปาให้พนักงานเสร็จสิ้น หลินมี่จึงเดินไปยังโต๊ะอาหารของทีมพัฒนาเกม ซึ่งโต๊ะนี้เป็นที่นั่งของสมาชิกโปรเจกต์เกม นอกเหนือจากทีมเดิมของเฉินอวี่ทั้งห้าคนแล้ว ตอนนี้ยังมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอีกห้าคน
หลังจากที่ 'มี่ซิงอินเวสต์เมนต์' (觅星投资) เข้าลงทุน พวกเขาก็จัดตั้งสตูดิโอเกมขึ้นมาโดยเฉพาะ และรับสมาชิกเพิ่มอีกห้าคน จึงถือได้ว่ามีรูปแบบการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น
“บอสหลิน!”
ทันทีที่เห็นหลินมี่เดินเข้ามา ทุกคนก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกันและกล่าวทักทายด้วยความเคารพอย่างสูง
ไม่มีใครซาบซึ้งในตัวหลินมี่ได้มากเท่าพวกเขาอีกแล้ว หากไม่มีเธอ ทีมนี้คงต้องเผชิญกับจุดจบด้วยการยุบวง หรืออาจถึงขั้นถอดใจจากความฝันในการสร้างเกม แล้วกลายเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดาไปแล้ว
หลินมี่คือ 'ป๋อเล่อ' (ผู้มองเห็นความสามารถ) และเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ละคน
เธอไม่เพียงช่วยให้พวกเขาไล่ตามความฝัน แต่ยังทำให้พวกเขามีความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ในช่วงเวลาไม่นานมานี้มีบริษัทมากมายติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาธุรกิจแล้ว
หากไม่มีอะไรผิดพลาด สองถึงสามปีข้างหน้านี้พวกเขาจะได้เสพสุขจากผลกำไรของเกมนี้อย่างเต็มที่
ด้วยเกมนี้ ทีมของพวกเขาถือว่าได้หยั่งรากลึกลงไปอย่างมั่นคงและเติบโตได้อย่างไร้กังวล ดังนั้นหนี้บุญคุณครั้งนี้พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลือน และมันมีความหมายมากกว่าแค่เรื่องของธุรกิจ
สตูดิโอของพวกเขาตกลงกันไว้แล้วว่า ต่อจากนี้ไม่ว่าจะร่วมงานกับใคร ก็จะให้สิทธิ์ 'มี่ซิง' (觅星) เป็นอันดับแรกเสมอ
“นี่จ้ะ~ นี่คือส่วนแบ่งของพวกคุณ! หลังจากนี้จะมีการแบ่งจ่ายตามไตรมาส เลยไม่ได้เตรียมอั่งเปาให้ เพราะโอนเข้าบัตรไปหมดแล้ว พวกคุณสามารถพักผ่อนยาวๆ ได้หลายวันเลยนะ”
หลินมี่หยิบบัตรออกมาสองใบแล้วยื่นให้เฉินอวี่ ในฐานะพาร์ทเนอร์ของมี่ซิง การแจกอั่งเปาแบบพนักงานทั่วไปดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เธอจึงจัดการวางแผนแบบอื่นไว้ให้
บัตรสองใบที่ให้ไป ใบแรกเป็นบัตรธนาคารที่เปิดในชื่อของเฉินอวี่ ซึ่งมีส่วนแบ่งกำไรโอนเข้าไปแล้ว เกมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามมาก เพราะทำยอดทะยานขึ้นสู่หัวตารางอันดับต้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแบ่งหลังจากนี้จะมีแต่เพิ่มขึ้นแน่นอน
ส่วนบัตรอีกใบคือบัตร VIP สำหรับเข้าพักที่ 'โรสแมนอร์รีสอร์ต' (玫瑰庄园度假村) เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน ซึ่งเธอไปจัดการทำเรื่องผ่านกู้เฉินเจ๋อโดยตรง จุดประสงค์เพื่อให้ทีมของเฉินอวี่ได้ไปพักผ่อนกันอย่างสบายและมีความสุข เธอจึงขอให้กู้เฉินเจ๋ออัปเกรดบัตรสมาชิกให้พิเศษ
แน่นอนว่าเธอไม่ได้เอามาฟรีๆ แต่ยอมจ่ายเงินกู้เฉินเจ๋อไป แม้เขาจะปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ต้องรับไว้ แต่ก็แลกมาด้วยการอัปเกรดบริการและกิจกรรมต่างๆ ให้ทีมงานของเธอแบบครบวงจร
ช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา แม้เธอจะไม่ได้แวะเวียนไปที่บริษัทบ่อยนัก แต่ก็ได้รับรายงานจากหยวนหยวนและพี่เหม่ยหลิงอยู่ตลอดว่า เฉินอวี่และทีมงานไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่วันเดียว เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์จนกระทั่งเกมขึ้นอันดับหนึ่ง พวกเขาไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลย
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีต่อสุขภาพ เธอจึงตัดสินใจมอบแพ็กเกจกินดื่มเที่ยวพักผ่อนให้พวกเขาโดยตรง
“พี่หลิน นี่คือ?” เฉินอวี่มองบัตรในมือด้วยความฉงน บัตรธนาคารเขานั้นเข้าใจได้ แต่บัตรอีกใบคืออะไร?
หลินมี่ยิ้มอธิบาย “พรุ่งนี้พาคนในทีมไปพักผ่อนกันนะ นี่คือบัตร VIP ของโรสแมนอร์ อยู่ได้ 5 วัน 4 คืน ทุกอย่างที่จ่ายไปในนั้นฟรีหมด!”
“ว้าว~” สมาชิกในสตูดิโอต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“พี่หลินครับ มันจะสิ้นเปลืองเกินไป ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ ทีมงานควรพักผ่อนก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายพวกเราสตูดิโอจัดการเองได้ครับ” เฉินอวี่กล่าวด้วยความเกรงใจ สตูดิโอของพวกเขาก็มีรายได้แล้ว จะให้พี่หลินมาจ่ายเงินก้อนโตให้เรื่อยๆ ได้อย่างไร
“รับไปเถอะ รีสอร์ตนั้นบ้านของเพื่อนพี่ลงทุนไว้น่ะ พี่เลยได้ราคาสมาชิกพิเศษ พวกคุณก็เรียกพี่ว่าพี่สาวแล้ว ถือว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดีจากพี่ก็แล้วกัน หวังว่าพวกคุณจะสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ต่อไปนะ!” หลินมี่ตบไหล่เขาเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอไม่ใช่พวกนายทุนที่จ้องแต่จะเอาเปรียบคน
“เอ่อ... งั้นก็ได้ครับ ผมรับไว้ ขอบคุณแทนทุกคนด้วยนะครับ”
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินอวี่ก็รู้ว่าปฏิเสธไปก็ไร้ประโยชน์ พี่หลินเป็นคนใจกว้างกับพวกเขาที่เป็นเหมือนน้องชายเสมอมา แม้เธอจะไม่ค่อยว่างเข้ามา แต่ก็ให้พี่หยวนหยวนคอยส่งขนมมาให้ที่สตูดิโอไม่เคยขาด ในที่สาธารณะพวกเขาจะเรียกเธอว่า 'บอสหลิน' แต่ลับหลังพวกเขายินดีที่จะเรียก 'พี่หลิน' มากกว่า ซึ่งนอกจากแสดงความสนิทสนมแล้ว ยังเป็นความเคารพจากใจจริง
“คนกันเองทั้งนั้น จะเกรงใจทำไมล่ะ เอาล่ะ คืนนี้ทานให้อิ่มดื่มให้เต็มที่นะ”
—
ขณะที่หลินมี่เพิ่งนั่งลง พนักงานเสิร์ฟสองคนก็เข็นรถอาหารเข้ามา ทั้งคู่ค่อยๆ วางไวน์แดงที่ผ่านการเปิดขวด (Decant) มาแล้วลงบนโต๊ะทั้งห้าตัว
จากนั้นพนักงานก็นำขวดไวน์มาวางไว้ข้างๆ ขวดไวน์นั้นมีฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่งดงาม ตัวขวดเปล่งประกายสีทองอร่าม ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงระยับ
โจวเหม่ยหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอจัดการดูแลรายละเอียดงานเลี้ยงคืนนี้ทั้งหมด แต่เธอมั่นใจว่าตนเองไม่ได้สั่งไวน์ราคาแพงขนาดนี้แน่นอน
เธอหันไปมองหลินมี่ด้วยความสงสัย
“บอสหลินคะ ไวน์ขวดนี้คุณเป็นคนสั่งหรือเปล่าคะ?” โจวเหม่ยหลิงถามเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก