ตอน 100
บทที่ 100: สัญญารัก
“ฉันตกลงค่ะ!”
เมื่อได้ยินถ้อยคำสั้นๆ เพียงสามคำนั้น เว่ยซวินก็เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี ดวงตาของเขาทอประกายเจิดจ้า รอยยิ้มที่มุมปากดูสดใสราวกับแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ลังเลแม้แต่น้อย ในวินาทีถัดมาเขาก็ดึงร่างของเธอเข้ามาโอบกอดไว้แน่น
“มี่มี่ คุณไม่มีโอกาสกลับคำแล้วนะ!”
เว่ยซวินกระซิบข้างหูหลินมี่ด้วยน้ำเสียงกึ่งออดกึ่งเอาแต่ใจ ราวกับว่าเมื่อเธอขึ้นเรือลำนี้มาแล้ว จะไม่มีวันได้ลงไปอีกตลอดกาล
ร่างกายกำยำของเขาราวกับจะโอบล้อมเธอไว้ทั้งหมด ไออุ่นและพลังจากอ้อมกอดนั้นทำให้หลินมี่รู้สึกอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอซบศีรษะลงบนแผงอกของเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรำไปกับจังหวะที่มั่นคงและหนักแน่น ราวกับว่ามันกำลังเต้นรัวเพื่อเธอเช่นกัน
เธอเลื่อนแขนขึ้นไปโอบรอบเอวสอบของเขา พลางแนบแก้มลงบนอกเขาอย่างโหยหาความอบอุ่น
เว่ยซวินโน้มตัวลงมาประทับจูบ เขาขยับห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบลุ่มลึกจ้องมองเธอด้วยความรักที่ร้อนแรง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะประทับลงบนเรียวปากของเธออย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น
นี่คือจูบที่เต็มไปด้วยความรักและการยืนยันความสัมพันธ์
เว่ยซวินเริ่มจากจุมพิตแผ่วเบาราวกับทะนุถนอมของล้ำค่า แต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงการตอบรับและความนุ่มนวลจากเรียวปากของเธอ เขาก็เริ่มเพิ่มความลึกซึ้งให้มากขึ้น
จูบของเขามีความเผด็จการแฝงความอ่อนโยน มันร้อนแรงและตราตรึง ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา
หลินมี่รู้สึกวิงเวียนไปกับรสสัมผัสนั้น ประสาทสัมผัสทุกอย่างถูกเขาเข้ายึดครอง เธอตอบรับเขาอย่างไม่อาจห้ามใจ มือสองข้างกำสาบเสื้อของเขาแน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความหวานชื่น
ทั้งสองสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่พันนัวและความรักที่เอ่อล้นจนแทบจะทะลักออกมา
หลังจากการจูบอันเร่าร้อน ทั้งสองต่างหอบหายใจถี่กระชั้น เว่ยซวินลูบแก้มสีระเรื่อของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง เขาไม่ได้ทำอะไรต่อ แต่ผละออกไปหยิบกล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กที่ดูหรูหราออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท
“หลับตาลงสิ” เสียงของเว่ยซวินเจือรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
หลินมี่ทำตามอย่างว่าง่าย แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงปลายนิ้วเย็นๆ ของเขาที่แตะลงบนข้อมือ
“ลืมตาได้แล้วครับ”
เมื่อหลินมี่ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือสร้อยข้อมือแพลตตินัมที่ทอประกายระยิบระยับอยู่บนข้อมือเรียวของเธอ ตัวสร้อยดูอ่อนช้อยและประณีต ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กที่ส่องแสงหรูหราภายใต้แสงเทียน สิ่งที่พิเศษที่สุดคือจี้ตัวอักษรสองตัวที่ร้อยอยู่ตรงกลาง: **XM**
“ชอบไหม?” เว่ยซวินยกข้อมือเธอขึ้นมาพลางลูบจี้คู่นั้นเบาๆ
“ขอบคุณค่ะ ฉันชอบมาก นี่คือตัวย่อชื่อของเราใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ X คือ ‘ซวิน’ (Xun) ของเว่ยซวิน ส่วน M คือ ‘มี่’ (Mi) ของหลินมี่” เขาขยับเข้ามาใกล้ “มี่มี่ไม่คิดว่าเราเป็นคู่แท้ของกันและกันเหรอ? เหมือนมีโชคชะตาลิขิตให้เราตามหาและพบเจอกัน”
“คุณนี่หาเหตุผลมาผูกเรื่องเก่งจังเลยนะคะ” หลินมี่หลุดขำ ความจริงที่ว่าชื่อของพวกเขาบังเอิญอ่านว่า ‘ซวินมี่’ (ตามหา) ทำให้เขานำมาอ้างเป็นพรหมลิขิตเสียได้
แม้จะพูดไปอย่างนั้น แต่ในใจกลับรู้สึกหวานล้ำ ของขวัญชิ้นนี้คือความทรงจำเฉพาะตัวของพวกเขา ความกังวลใจทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความเชื่อมั่นในปัจจุบันที่เขามอบให้
“ใครว่าผูกเรื่องกันล่ะ นี่มันโชคชะตาชัดๆ!” เว่ยซวินทำหน้าไม่ยอมรับคำคัดค้าน
“คุณมีความสุขก็พอแล้วค่ะ” หลินมี่อมยิ้มอย่างตามใจ
ทั้งสองรับประทานอาหารมื้อค่ำท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก เว่ยซวินเล่าถึงความประทับใจแรกที่ได้พบเธอ ความใจเย็นและความมุ่งมั่นของเธอที่ทำให้เขาสนใจ ส่วนหลินมี่ก็คอยแกล้งถามว่าเขาวางแผนไว้ล่วงหน้ามานานแค่ไหนแล้ว เสียงหัวเราะและแววตาที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงเทียนทำให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงที่พักชั้นบนสุดของอาคาร ลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินที่เงียบสงบ แต่ไม่มีใครยอมปล่อยมือจากกัน ทั้งสองยืนสบตากันตรงหน้าประตู ความอาลัยอาวาสแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ
“ดึกแล้วค่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้คุณต้องไปทำงานนะ” หลินมี่เอ่ยปากเบาๆ
เว่ยซวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาบีบมือเธอแน่นขึ้น “ยังไม่ดึกสักหน่อย” น้ำเสียงของเขามีความออดอ้อนเหมือนเด็ก ไม่เหลือเค้าประธานเว่ยผู้ทรงอิทธิพลเลยสักนิด
หลินมี่เห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นก็รู้สึกใจอ่อน เธอเขย่งเท้าขึ้นไปประทับจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วเป็นการปลอบใจ “แค่นี้พอนะคะ?”
การกระทำนั้นเหมือนหย่อนหินลงในใจที่นิ่งสงบ เว่ยซวินดึงตัวเธอเข้ามากอดแน่นก่อนจะดันเธอไปติดผนังข้างลิฟต์อย่างรวดเร็ว เขาใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะเธอไว้เพื่อป้องกันการกระแทก แล้วมอบจูบที่ร้อนแรงและไร้การหยั่งเชิงอีกครั้ง
มันเป็นจูบที่เรียกร้องและหลอมละลายทุกสติสัมปชัญญะของเธอ
เมื่อเว่ยซวินยอมปล่อยเธอในที่สุด ทั้งสองต่างหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าของหลินมี่แดงระเรื่อ ดวงตามีประกายหยาดเยิ้ม ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยทิ้งไว้เพียงไออุ่นและกลิ่นจางๆ ของแอลกอฮอล์
“จูบคุณแล้วติดใจแฮะ จูบเท่าไหร่ก็ไม่พอ” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
หลินมี่หน้าแดงก่ำพลางใช้กำปั้นทุบเขาเบาๆ เธอรวบรวมแรงทั้งหมดเดินเข้าห้องไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายคำว่า “ฝันดีนะคะ” ไว้ให้คนตัวโตที่ยืนอมยิ้มอยู่หน้าห้อง
เมื่อประตูห้องปิดลง หลินมี่พิงหลังกับบานประตู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ความสุขที่ท่วมท้นในใจทำให้คืนนี้กลายเป็นคืนที่หวานล้ำที่สุดในชีวิต
ส่วนเว่ยซวินที่เดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง เขารู้ดีว่าเรื่องราวของเขาและเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเขาจะใช้ความอดทนและหัวใจที่จริงจังนี้ ดูแลรักษาความรักที่เพิ่งผลิบานนี้ให้เติบโตงอกงามไปตราบนานเท่านาน