ตอน 84
ตอนที่ 84: งานเลี้ยงรับรองของตระกูลกู้
“คุณหลิน ขอบคุณมากที่ให้เกียรติมาในวันนี้ ยินดีต้อนรับครับ!”
กู้เทียนอวี้ก้าวเข้ามาหาเป็นคนแรก ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างใจดี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจและให้เกียรติ
“ท่านกู้ ท่านเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ เรียกฉันว่าหลินมี่เฉยๆ ก็ได้ค่ะ” หลินมี่รีบก้มหัวตอบรับด้วยความอ่อนน้อม
ไป๋หลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบก้าวเข้ามาจับมือหลินมี่อย่างเป็นกันเอง แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความซาบซึ้งใจ “แหม ไม่นึกเลยว่าคุณหลินจะเป็นสาวสวยสะพรั่งขนาดนี้ ดูสิคะ หน้าตาสดใสหมดจดจริงๆ!”
“พี่สะใภ้คะ ลมข้างนอกแรง เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าค่ะ” สะใภ้รองของตระกูลกู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยเตือน
“จริงด้วยๆ เชิญข้างในเลยค่ะ”
หลังจากนั้น สองสะใภ้ตระกูลกู้ก็คล้องแขนหลินมี่คนละข้าง พานางเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลกู้
เมื่อเห็นว่าภรรยาของทั้งสองสายในตระกูลกู้ไม่มีท่าทีถือตัวว่าเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย หลินมี่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ระหว่างทางที่มานางยังกังวลอยู่เลยว่าคนในครอบครัวตระกูลกู้จะเข้าถึงยากหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะอัธยาศัยดีทีเดียว
“ไปกันเถอะ พวกเราก็เข้าไปกันบ้าง วันนี้หลินมี่คือแขกคนสำคัญ ส่วนพวกเราน่ะเหรอ... เป็นได้แค่ตัวประกอบเท่านั้นแหละ”
เห็นคนในครอบครัวล้อมหน้าล้อมหลังหลินมี่เข้าบ้านไปหมดแล้ว กู้เฉินเจ๋อก็หันมาตบไหล่สหายรักด้วยท่าทางเห็นใจ
“อย่ามาดึงฉันไปเกี่ยวด้วยนะ ฉันเป็นแค่แขกที่มาเยี่ยมบ้านพวกนาย” เว่ยสวินตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะเดินแซงเขาเข้าไปในคฤหาสน์โดยตรง
“เฮ้ย เดี๋ยวสิ!”
***
เมื่อเว่ยสวินและกู้เฉินเจ๋อเดินเข้าไปในโถงใหญ่ ก็เห็นกู้ชิงเหยาคล้องแขนหลินมี่ไว้อย่างสนิทสนม ปากเล็กๆ ของนางเจื้อยแจ้วไม่หยุด
“พี่หลินมี่! พี่สวยกว่าที่พี่เฉินเจ๋อเล่าไว้ตั้งเยอะแน่ะ! ผิวพี่ขาวจังเลย ฉันล่ะอิจฉาคนที่มีผิวขาวออร่าแบบนี้จริงๆ ถ้าพี่ไปเข้าวงการบันเทิงนะ ต้องได้เป็นระดับเทพธิดาแน่นอน!”
กู้ชิงเหยาเป็นพวกแพ้ทางคนสวยโดยแท้ นางไม่ปิดบังความชื่นชอบที่มีต่อความงาม น้ำเสียงสดใสและดูมีชีวิตชีวาแบบเด็กสาวทำให้นางกับหลินมี่สนิทใจกันได้อย่างรวดเร็ว
หลินมี่อดหัวเราะไม่ได้ จึงตอบกลับอย่างเป็นกันเองว่า “ขอบใจนะ เธอเองก็สวยเหมือนกัน”
“ฉันชื่อกู้ชิงเหยาค่ะ! ปีนี้เรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยหรงเฉิง ดูแล้วพี่คงแก่กว่าฉันไม่กี่ปี งั้นฉันเรียกพี่ว่าพี่หลินมี่นะคะ เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ! ต่อไปมีอะไรสนุกๆ หรือจะไปช้อปปิ้งก็เรียกฉันได้นะ ฉันกิจกรรมเยอะ ถ้าพี่หาเพื่อนเล่นอยู่ล่ะก็ เรียกฉันไม่มีผิดหวังแน่นอน!”
กู้ชิงเหยาเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านใหญ่ตระกูลกู้ ปีนี้อายุ 21 ปี ผมสีดำสนิทถูกรวบเป็นหางม้าสูงสวมชุดลำลองดูทันสมัยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัยรุ่น!
“ได้สิ” หลินมี่ตอบตกลงด้วยความยินดี นางค่อนข้างชอบนิสัยตรงไปตรงมาของกู้ชิงเหยา
“...” เว่ยสวินเห็นท่าทางประจบเอาใจของกู้ชิงเหยาก็เลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าคุณหนูเล็กตระกูลกู้คนนี้ช่างขวางหูขวางตาเขานักนะ?
เว่ยสวินกระแอมไอพยายามดึงดูดความสนใจของหลินมี่ แต่พบว่านางกำลังถูกกู้ชิงเหยาทำตลกใส่จนหัวเราะร่า ไม่ได้สังเกตความพยายามเล็กๆ ของเขาเลยสักนิด
เขาทำได้เพียงแตะจมูกตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ พลางวางแผนในใจว่าจะดึงความสนใจของหลินมี่กลับมาได้อย่างไรในคืนนี้
ภายใต้การนำของกู้เฉินเจ๋อและกู้ชิงเหยา หลินมี่และเว่ยสวินได้เดินชมรอบๆ คฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลกู้ สถาปัตยกรรมที่นี่เป็นแบบสวนจีนดั้งเดิม มีทั้งศาลา ระเบียงทางเดิน สะพานข้ามลำธาร ทุกจุดเต็มไปด้วยความประณีต ในสวนปลูกไม้ดอกหายากเอาไว้มากมาย ยามสายลมพัดผ่าน กลิ่นหอมก็โชยมาเป็นระยะ
“พี่หลินมี่คะ ตรงนี้เป็นห้องทำงานของคุณพ่อฉัน ส่วนทางนั้นเป็นสวนหลังบ้าน...”
กู้ชิงเหยาคล้องแขนหลินมี่พลางแนะนำประวัติและเรื่องสนุกๆ ของตระกูลอย่างกระตือรือร้น ราวกับกำลังอวดสมบัติล้ำค่าของตนเอง
หลินมี่ฟังไปพลางซึมซับเสน่ห์ของคฤหาสน์ร้อยปีแห่งนี้ นางสัมผัสได้ว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ความหรูหราภายนอก แต่เป็นที่ที่มีการสืบทอดวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของตระกูลจริงๆ
งานเลี้ยงอาหารค่ำจัดขึ้นในห้องโถง บนโต๊ะหินอ่อนทรงกลมเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศ กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
คืนนี้คนของตระกูลกู้มากันครบทั้งสองสาย ยกเว้นกู้เฉินหลิง พี่ชายคนโตที่ไปฝึกงานอยู่ต่างเมือง
เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของคนตระกูลกู้นั้นเรียบง่ายมาก บ้านใหญ่มีลูกชายหญิงหนึ่งคู่ ส่วนบ้านรองมีกู้เฉินเจ๋อเป็นทายาทคนเดียว ว่ากันว่าเพราะภรรยารองของกู้บาดเจ็บจากการคลอดบุตร
ระหว่างมื้ออาหาร คนตระกูลกู้ต่างดูแลหลินมี่เป็นอย่างดี คุณนายกู้คอยคีบอาหารให้และกำชับให้กินเยอะๆ ส่วนคู่สามีกู้เทียนหัวก็ชวนนางคุยเรื่องความคืบหน้าของบริษัทลงทุนไม่ขาดปาก
กู้เฉินเจ๋อและกู้ชิงเหยาก็แย่งกันเล่าเรื่องสนุกๆ ในมหาวิทยาลัยและร้านอาหารอร่อยในเมืองหรงเฉิง ทำให้บรรยากาศในงานมีชีวิตชีวา
หลินมี่สัมผัสได้ถึงความรักใคร่กลมเกลียวของตระกูลกู้ บอกตามตรงว่าบรรยากาศเช่นนี้ทำให้นางประหลาดใจไม่น้อย ทั้งสองคู่สามีภรรยาต่างดูแลกันเป็นอย่างดีให้เกียรติซึ่งกันและกันมาตลอดหลายปี
ในตระกูลใหญ่ที่มักเต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่น การมีครอบครัวที่อบอุ่นและสามัคคีเช่นนี้ถือเป็นเรื่องหาได้ยากยิ่ง ปราศจากการแก่งแย่งอำนาจ ปราศจากแผนการร้าย มีเพียงความรักและความอบอุ่นเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้ความประทับใจที่หลินมี่มีต่อตระกูลกู้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คนที่มีพื้นเพและอุปนิสัยเช่นนี้ สมควรแก่การคบหาเป็นสหายอย่างแท้จริง
ท่ามกลางเสียงแก้วกระทบกันและเสียงหัวเราะ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข
***
ข่าวที่ท่านรัฐมนตรีกู้เชิญหลินมี่มาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลกู้ แพร่กระจายไปทั่วแวดวงสังคมชั้นสูงของหรงเฉิงอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้สร้างความสงสัยและความฉงนให้แก่ผู้คนทันที!
ต้องรู้ไว้ว่ากู้เทียนอวี้เป็นบุคคลที่มีสถานะสำคัญ อำนาจล้นมือ และมักทำตัวเรียบง่ายมิดชิด ไม่เคยคบค้าสมาคมกับนักธุรกิจโดยง่าย
การที่เขาลุกขึ้นมาจัดเลี้ยงต้อนรับหลินมี่เป็นครั้งแรก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดากันไปต่างๆ นานา
“ท่านรัฐมนตรีกู้เชิญเธอไปทำไม? ถ้าเป็นเว่ยสวินกับกู้เฉินเจ๋อยังพอเข้าใจได้ เพราะเป็นสหายวัยเด็กและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่หลินมี่ที่เป็นแค่เด็กสาวไร้ฐานะ จะมีคุณสมบัติอะไรถึงได้รับการต้อนรับระดับสูงขนาดนี้?”
“นั่นสิ ต่อให้ไว้หน้าเว่ยสวิน ก็ไม่ควรถึงขนาดที่ท่านรัฐมนตรีกู้ต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ?”
“กู้เทียนหัวเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่านรัฐมนตรี ทำธุรกิจมาหลายสิบปี ยังไม่เคยเห็นท่านรัฐมนตรีออกมาต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจให้เลยสักครั้ง!”
เนื่องจากตำแหน่งหน้าที่ ทั้งสองพี่น้องตระกูลกู้มักแยกขอบเขตงานอย่างชัดเจน ไม่ก้าวก่ายกัน แต่ครั้งนี้ทั้งสองสายกลับร่วมกันต้อนรับหลินมี่ในคฤหาสน์หลัก ถือเป็นเกียรติที่สูงส่งมากจริงๆ
ผู้คนต่างพากันงุนงงไม่เข้าใจ
ทว่า ก็มีบางคนที่ได้รับข่าววงในเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ 'การตรวจค้นผิดตัว' ที่สำนักงานของกู้เทียนอวี้เมื่อสองวันก่อน
“แต่นั่นจะเกี่ยวอะไรกับหลินมี่ล่ะ?”
“ฉันได้ยินมาว่า คุณหลินมี่คนนี้ดูเหมือนจะมีทักษะพิเศษบางอย่าง ท่านประธานเว่ยแห่งยาชวงถึงกับชื่นชมและสนับสนุนเธออย่างเปิดเผย”
“ลองนึกถึงเรื่องที่ดินชานเมืองก่อนหน้านี้ดูสิ...”
“นั่นสิ ดูมีเงื่อนงำชอบกล~”
แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่คำร่ำลือถึงความ 'ลึกลับและเหนือชั้น' ก็ทำให้หลินมี่ดูมีรัศมีของความลี้ลับปกคลุมอยู่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การที่หลินมี่ได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝั่งของตระกูลกู้และได้รับการต้อนรับระดับสูงสุดเช่นนี้ ก็พิสูจน์ได้ว่านางไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
ด้วยหลักการที่ว่า 'มีเพื่อนเพิ่มหนึ่งคน ดีกว่าสร้างศัตรูเพิ่มหนึ่งคน' ตระกูลดังหลายแห่งในหรงเฉิงจึงเริ่มยื่นไมตรีให้หลินมี่ทันที
คนอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็ทำตามๆ กัน คนระดับนี้คบหาได้ แต่อย่าได้คิดเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด