ตอน 88

ตอนที่ 088: ยับยั้ง

“ช่วงนี้ธุรกิจของมี่ซิงเติบโตเร็วเหลือเกินนะ” เว่ยซวินเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความชื่นชมและดูผ่อนคลาย “เมื่อสองวันก่อนได้ยินหานหลินเล่าว่า มี่ซิงเพิ่งเข้าไปลงทุนในโปรเจกต์หลายตัว แถมบางโปรเจกต์เพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งเดือนก็ทำผลงานได้น่าประทับใจแล้ว ตอนนี้ในแวดวงธุรกิจที่หรงเฉิง เรื่องของเธอถูกพูดถึงไปทั่ว หลายคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นในตัวเธอ ดูท่าว่าอีกไม่นาน ตำแหน่ง ‘เจ้าพ่อการลงทุน’ ของฉันคงต้องสละบัลลังก์ให้เธอเสียแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินดังนั้น หลินมี่ก็ทอดสายตาพราวระยับแฝงความเจ้าเล่ห์ “นี่คุณเว่ยกำลังชมฉัน หรือกำลังหยั่งเชิงศัตรูอยู่กันแน่คะ?” เธอกะพริบตาซุกซน นัยน์ตาคู่สวยใสกระจ่างนั้นดูเป็นประกายยิ่งขึ้นภายใต้แสงไฟ เว่ยซวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นกังวานและแฝงไปด้วยเสน่ห์ “แน่นอนว่าต้องชมอยู่แล้ว ด้วยความสามารถในการมองหาโอกาสลงทุนของเธอ ฉันเกรงว่าโลกของหรงเฉิงแห่งนี้อาจจะเล็กเกินไปสำหรับเธอแล้วล่ะ” “ขอบคุณค่ะ ถ้างั้นฉันจะถือว่าเป็นคำอวยพรนะ ฉันเองก็อยากออกไปเห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้เหมือนกัน” หลินมี่สบตาเขาตรงๆ เธอรู้สึกยินดีที่ได้รับการยอมรับ และในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและมุ่งมั่นกับอนาคตที่รออยู่ ยามบ่าย แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานเกล็ดของร้านอาหารญี่ปุ่น ตกกระทบลงบนชุดภาชนะบนโต๊ะและถ้วยชาที่ยังมีไอระเหยจางๆ ทำให้เกิดรัศมีอันอบอุ่น หลินมี่และเว่ยซวินนั่งตรงข้ามกัน เพลิดเพลินกับช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนหายาก บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวและกลิ่นสดชื่นของปลาดิบ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เว่ยซวินวางตะเกียบลง ก่อนจะหยิบชาข้าวคั่วขึ้นจิบเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดถึงบริษัท “ช่วงนี้ ‘หยาเฉวียน’ ของเราก็คึกคักกันมาก กำลังเร่งดำเนินโปรเจกต์ใหม่โปรเจกต์หนึ่งอยู่ การเจรจาถือว่าราบรื่นดี ตอนนี้เข้าสู่ช่วงท้ายของการเตรียมการแล้ว” “โอ้? โปรเจกต์อะไรที่ทำให้คุณใส่ใจขนาดนี้คะ?” หลินมี่ถามด้วยความอยากรู้ “มันคือโปรเจกต์ระบบภาพอัจฉริยะ ‘ดวงตาแห่งอนาคต’ (Future’s Eye) สำหรับเมืองอัจฉริยะน่ะ” เมื่อเห็นว่าหลินมี่สนใจ เว่ยซวินจึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง “โปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างหยาเฉวียน, ‘จื้อซื่อเทคโนโลยี’ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยี AI ชั้นนำของประเทศ และรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เราวางแผนจะนำร่องทดสอบในเมืองสำคัญหลายแห่ง ด้วยการใช้กล้องความละเอียดสูงร่วมกับอัลกอริทึม AI จะช่วยให้การจัดการจราจร การเตือนภัยความปลอดภัยสาธารณะ และการจัดการเมืองมีความแม่นยำขึ้น ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตมหาศาล หากสำเร็จเมื่อไหร่ ตำแหน่งของหยาเฉวียนในแวดวงเมืองอัจฉริยะจะไม่มีใครสั่นคลอนได้เลย” ทันใดนั้น ตะเกียบในมือของหลินมี่ก็ชะงักลง ความอยากอาหารของเธอหายไปในพริบตา เธอค่อยๆ วางตะเกียบลง นี่มันประจวบเหมาะเกินไปแล้ว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เว่ยซวิน” น้ำเสียงของหลินมี่จริงจังขึ้น “โปรเจกต์นี้ ฉันแนะนำว่าอย่าลงทุนเลยจะดีกว่าค่ะ” เว่ยซวินชะงักไปทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและจดจ่อ “ลงทุนไม่ได้? เธอหมายความว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหาเหรอ?” เขารู้จักหลินมี่ดี และรู้ว่าเธอมีความลับบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ ในเมื่อเธอพูดออกมาขนาดนี้ แสดงว่ามันต้องมีปัญหาแน่ๆ หลินมี่พยักหน้ายืนยัน “ใช่ค่ะ โปรเจกต์นี้มีปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน” จากการได้รู้จักและใกล้ชิดกันมาหลายครั้ง เธอไม่ได้มองเว่ยซวินเป็นคนนอกอีกต่อไป จึงพูดออกมาโดยไม่ต้องกังวลมากนัก เกี่ยวกับระบบอัจฉริยะนี้ เมื่อเช้าเธอเพิ่งเห็นผ่าน ‘ระบบค้นหามาแรง’ โดยบังเอิญ ซึ่งเธอก็ไม่คิดว่าหยาเฉวียนจะสนใจร่วมมือกับบริษัทนี้! เพียงแต่ในรายงานที่เธอเห็นเมื่อเช้าไม่ได้ระบุชื่อบริษัทคู่ค้า เป็นเพียงบทวิเคราะห์ตัวระบบโดยตรง แต่เนื้อหาในนั้นวิเคราะห์ไว้ละเอียดมาก เธอจึงคิดว่าจำเป็นต้อง ‘แลกเปลี่ยน’ ข้อมูลกับเว่ยซวิน เธอไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ข้อมูลที่ฉันได้รับมาคือ ระบบ ‘ดวงตาแห่งอนาคต’ นี้มีจุดบกพร่องร้ายแรงในอัลกอริทึมการจดจำของ AI ค่ะ ในสภาวะจำลองอาจจะดูยอดเยี่ยม แต่หากเจอสภาพอากาศสุดโต่ง เช่น พายุฝนกระหน่ำ หมอกลงจัด หรือแม้แต่การขับรถย้อนแสงในยามค่ำคืน อัตราการประมวลผลและการจดจำภาพจะตกลงฮวบฮาบ ส่งผลให้ระบบแจ้งเตือนผิดพลาดหรือพลาดการตรวจจับไปจำนวนมาก หรืออาจถึงขั้นระบบล่มไปเลยก็ได้” เธอหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม “นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรงที่สุด ปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือ เพื่อแลกกับประสิทธิภาพระดับ ‘สูงสุด’ และการจัดการข้อมูล ‘มหาศาล’ ทาง ‘จื้อซื่อเทคโนโลยี’ ได้ออกแบบโปรโตคอลการเข้ารหัสข้อมูลด้วยวิธีที่ยอมลดทอนความปลอดภัยลง นั่นหมายความว่า หากมีการนำระบบนี้ไปใช้ในวงกว้าง มันจะเป็นช่องโหว่ด้านความเป็นส่วนตัวที่ใหญ่หลวงมากค่ะ” สีหน้าของเว่ยซวินเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ตามคำบอกเล่าของหลินมี่ เขาไม่ได้ขัดจังหวะ แต่ตั้งใจฟังอย่างเงียบเชียบ ความสงสัยในแววตาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดขาด เขาเชื่อมั่นว่าหลินมี่ไม่มีทางพูดจาเหลวไหล และปัญหาที่เธอระบุมานั้นเป็นสิ่งที่ทีมตรวจสอบของหยาเฉวียนไม่เคยพบมาก่อนเลย “ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะหลินมี่” เว่ยซวินสูดหายใจลึก ท่าทีของเขาดูเด็ดเดี่ยวราวกับตัดสินใจได้แล้ว เขามองนาฬิกาข้อมือด้วยความเร่งรีบ “ทานเสร็จแล้ว บ่ายนี้ฉันจะกลับไปประชุมที่บริษัท เพื่อยุติโปรเจกต์นี้ทันที” “คุณไม่ว่าที่ฉันพูดมากก็ดีแล้วค่ะ” หลินมี่พยักหน้า หากไม่ใช่เพราะข้อมูลจาก ‘ระบบค้นหามาแรง’ ซึ่งมาจากบัญชีทางการที่เชื่อถือได้ เธอคงไม่กล้าเปิดปากพูดแบบนี้ เพียงแต่ไม่นึกเลยว่าเว่ยซวินจะเชื่อใจเธอมากขนาดนี้ ซึ่งเธอก็รู้สึกยินดีกับความไว้วางใจที่เขามีให้ “จะไปว่าได้อย่างไรกัน ขอบคุณเธอไม่ทันเสียด้วยซ้ำ” เว่ยซวินยิ้มบางๆ โปรเจกต์นี้อาจจะสำคัญ แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่หยาเฉวียนจะขาดไม่ได้ถึงขั้นล้มละลาย การถอนตัวตอนนี้ถือเป็นการหยุดความเสียหายได้ทันเวลา — หลังมื้อเที่ยง เว่ยซวินไปส่งหลินมี่ที่หน้าทางเข้าโครงการที่พักอาศัยปี้เฉิง ทันทีที่หลินมี่เดินเข้าตึกไป เขาก็หักพวงมาลัยรถกลับลำมุ่งหน้าสู่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทหยาเฉวียนทันที เมื่อเว่ยซวินก้าวเข้าสู่ห้องประชุมและประกาศหัวข้อการประชุมฉุกเฉินเรื่องการ ‘ยุติโปรเจกต์ดวงตาแห่งอนาคต’ บรรดาผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดต่างตกตะลึงและมึนงงไปตามๆ กัน ภายในห้องประชุม บรรยากาศแข็งค้าง เสียงอภิปรายที่เคยดุเดือดเงียบหายไปในทันที “ท่านประธานเว่ย ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ? ยุติโปรเจกต์?!” คุณหวัง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ “เราตามโปรเจกต์นี้มาเกินสามเดือนแล้วนะ การประเมินความเสี่ยงทุกอย่างผ่านหมดแล้ว อีกทั้งเงื่อนไขความร่วมมือกับ ‘จื้อซื่อเทคโนโลยี’ และรัฐวิสาหกิจนั้นก็ราบรื่นมาก อีกไม่กี่อึดใจสัญญาคงจะได้เซ็นแล้ว...” “นั่นสิ... จะให้ยุติกะทันหันแบบนี้ได้ยังไงกันครับ?” “ใช่ครับท่านประธานเว่ย นี่มันเป็นโปรเจกต์ลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของเราเลยนะ!” คุณหลี่จากฝ่ายลงทุนเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ชื่อเสียงของ ‘จื้อซื่อเทคโนโลยี’ ในวงการดีมาตลอด เทคโนโลยีก็ได้รับการยอมรับ แถมยังมีแบ็คอัพเป็นรัฐวิสาหกิจ ความเสถียรของโปรเจกต์นี้ไม่ต้องพูดถึงเลยนะครับ!” เสียงคัดค้านดังระงม ผู้บริหารต่างยิงคำถามและเรียกร้องให้เว่ยซวินให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล เพราะการตัดสินใจนี้มันเหนือความคาดหมายและกะทันหันเกินไป ไม่สมกับรูปแบบการทำงานที่เคร่งครัดของหยาเฉวียนเลยสักนิด ทุกคนต่างสงสัยว่าเว่ยซวินได้รับข้อมูลวงในอะไรมาหรือเปล่า แต่เขากลับยังคงนิ่งเงียบ