ตอน 71
ตอนที่ 071: ซื้อใจคน
หลังจากลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับทีมของเฉินอวี่ หินที่ถ่วงอยู่ในใจของหลินมี่ก็ถูกยกออกเสียที
คราวนี้ บริษัทญี่ปุ่นเจ้ากรรมนั้นจะไม่มีวันได้ขูดรีดผลงานและหยาดเหงื่อแรงกายของคนในชาติเธออีกต่อไป
ชะตาชีวิตของเฉินอวี่และพรรคพวกกำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่ พวกเขาจะก้าวเดินไปบนเส้นทางที่สว่างไสวและเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม
สำหรับศึกครั้งนี้ เธอเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบไว้ได้ก่อนแล้ว
แต่ทว่าขั้นตอนการพัฒนาเกมและการทำการตลาดหลังจากนี้สิ คือความท้าทายที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อมั่นว่าด้วยทีมสร้างสรรค์ฝีมือดีเช่นนี้ บวกกับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังของ ‘บริษัทลงทุนมี่ซิง’ (觅星投资 - Mìxīng Tóuzī) เกมต้นฉบับฝีมือคนไทย... เอ้ย ฝีมือคนในชาติเกมนี้ จะต้องทำผลงานได้ไม่แพ้ผลลัพธ์การโปรโมตใน ‘ระบบค้นหามาแรง’ อย่างแน่นอน
“จริงสิ หยวนหยวน ช่วยจัดตั้งแผนกวางแผนและประชาสัมพันธ์แยกออกมาอีกแผนกหนึ่งด้วยนะ ต่อไปเราจะมีโปรเจกต์ที่ต้องเดินหน้าโปรโมตอีกเยอะ ถึงตอนนั้นให้แบ่งเป็นกลุ่มย่อยดูแลทีละโปรเจกต์ ตอนนี้เริ่มเปิดรับสมัครและคัดเลือกคนมาเตรียมพร้อมไว้ได้เลย”
หลินมี่ไม่อยากให้โครงสร้างและการจัดสรรงานในบริษัทซับซ้อนเกินไป ให้แต่ละทีมดูแลโปรเจกต์ของตัวเองไปจนจบ แล้วค่อยเริ่มโปรเจกต์ใหม่แบบนี้ดีกว่า เธอต้องการการบริการที่มืออาชีพและละเอียดอ่อนในด้านนี้
เธอมี ‘นิ้วทองคำ’ อยู่ในมือ โปรเจกต์ในอนาคตมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการตุนทรัพยากรบุคคลเอาไว้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
“รับทราบค่ะ” หยวนหยวนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเธอก็คิดว่ามันจำเป็นเช่นกัน
ลองคิดดูสิ บริษัทของพวกเขาเพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงครึ่งเดือน แต่ก็มีโปรเจกต์เข้ามาถึงสองงานแล้ว หากพัฒนาไปในอัตรานี้ ต่อให้มีพนักงานมากเท่าไหร่ก็คงไม่พอใช้แน่ๆ
“รีบจัดตั้งกลุ่มทำงานขึ้นมาให้เร็วที่สุด รับสมัครคนที่มีประสบการณ์ด้านเกมเข้ามา เงินเดือนให้สูงหน่อย จะได้เริ่มงานได้ไวๆ แล้วก็... ประกาศรับสมัครนักวิเคราะห์โปรเจกต์และผู้ประเมินความเสี่ยงเพิ่มด้วย ไม่จำกัดจำนวนคนนะ”
ก่อนหน้านี้ตอนจัดสรรตำแหน่งงาน พวกเธอยังพิจารณาไม่รอบคอบพอ แม้เธอจะมีระบบ แต่ก็ใช่ว่าทุกครั้งที่รีเฟรชจะได้เจอโปรเจกต์ที่เหมาะแก่การลงทุนเสมอไป
ในเมื่อพวกเธอตั้งบริษัทลงทุนขึ้นมาแล้ว ก็จำเป็นต้องคัดกรองโปรเจกต์ดีๆ อย่างครอบคลุม จะมัวแต่พึ่งพาเธอคนเดียวหรือรอคอยข้อมูลจากระบบอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมันจำกัดเกินไปและตั้งรับมากไปหน่อย
ดังนั้น เธอจึงเห็นว่าจำเป็นต้องตั้งแผนกวิเคราะห์การลงทุนแยกออกมาโดยเฉพาะ เพื่อประเมินความเสี่ยงและมูลค่าทางการตลาดของแต่ละโปรเจกต์
ในเมื่อตอนนี้เธอไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ก็ย่อมต้องใช้ประโยชน์จากทุนทรัพย์ที่มีให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อบ่มเพาะบุคลากรให้มากขึ้น
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณหลิน”
หยวนหยวนหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดตาม ความจำที่ดีสู้จดลงกระดาษไม่ได้ ทุกวันนี้พี่เหม่ยหลิงยังต้องพักฟื้นอยู่ เจ้านายของเธอกำชับว่าอย่างน้อยต้องพักให้ครบหนึ่งสัปดาห์ค่อยกลับมาทำงาน
ตอนนี้ในบริษัทไม่มีฝ่ายบริหาร เรื่องจุกจิกต่างๆ จึงตกมาอยู่ที่เธอทั้งหมด หากไม่จดไว้บ้าง เธอเกรงว่าจะลืมเสียก่อน
แม้การควบสองตำแหน่งจะทำให้เหนื่อยกว่าปกติมาก แต่เจ้านายของเธอนั้นใจป้ำสุดๆ เดือนนี้ถึงกับจ่ายเงินเดือนให้เธอสองเท่า ดังนั้นเธอจึงยินดีที่จะ ‘ลำบาก’ อย่างเต็มใจ
ทันใดนั้น หลินมี่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยขึ้นลอยๆ “วันนี้ซื้อ ‘หัวเซิ่ง’ (华盛 - Huáshèng) ได้นะ อีกสองวันค่อยเทขาย! ฝากบอกทุกคนด้วยว่าทำอะไรต้องรู้จักความพอดี อย่าโลภมากจนเกินไป!”
“รับทราบค่ะ คุณหลิน!” พอได้ยินข่าววงใน หยวนหยวนก็ยิ้มหน้าบานทันที
หลินมี่หัวเราะเบาๆ “เอาล่ะ พวกเธอทำธุระกันต่อเถอะ ฉันไปก่อนนะ”
นี่แหละคือข้อดีของการเป็นเจ้านายตัวเอง เธอไม่ต้องคอยตอกบัตรเข้าออกเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป อยากจะไปตอนไหนก็ไปได้ทันที
ทันทีที่หลินมี่ก้าวพ้นประตูบริษัท ก็ได้ยินเสียงดังมาจากในโซนทำงาน
“ทุกคน! ข้อมูลล่าสุดที่คุณหลินวิเคราะห์มา ให้ซื้อ ‘หัวเซิ่ง’ แล้วอีกสองวันค่อยเทขายค่ะ”
“ว้าว~!”
“คุณหลินจงเจริญ!”
“ขอบคุณคุณหลินครับ/ค่ะ!”
“คุณหลินคะ ฉันรักคุณที่สุดเลย!”
เห็นแบบนั้น หยวนหยวนก็ยิ้มออกมา แต่แววตาและน้ำเสียงกลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ย้ำเหมือนเดิมนะ ทุกคนต้องลงทุนตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง อย่าโลภมาก! ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาต้องรับผิดชอบกันเองนะ~ ขอฉันพูดอีกสักประโยคเถอะ ที่คุณหลินดีกับพวกเราขนาดนี้ ก็เพราะพวกเราเป็นหนึ่งในสมาชิกของ ‘มี่ซิง’ (觅星 - Mìxīng) เท่านั้น”
“ตราบใดที่ทุกคนตั้งใจทำงาน ทำภารกิจที่บริษัทมอบหมายให้สำเร็จ คุณหลินไม่มีวันปล่อยให้พวกเราขาดทุนแน่นอน ขอแค่พวกเราจงรักภักดีและเดินตามหลังคุณหลินไป มีเนื้อก็ย่อมต้องมีน้ำแกงให้พวกเราดื่ม เข้าใจไหม?”
ในฐานะเจ้านาย หลินมี่อาจจะพูดเรื่องพวกนี้ได้ไม่เต็มปาก หรือบางทีเธออาจจะไม่ได้ใส่ใจนัก แต่ในฐานะผู้ช่วย เธอไม่อาจเพิกเฉยได้ ต้องคอยตักเตือนกันบ้าง
เธอเชื่อมั่นในความภักดีของตัวเองว่าไม่มีวันทรยศหลินมี่เด็ดขาด แต่สำหรับพนักงานที่รับเข้ามาใหม่นั้น ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เธอไม่อยากให้คนเหล่านี้มองความใจดีของคุณหลินเป็นเรื่องปกติวิสัย เพราะด้วยศักยภาพของ ‘มี่ซิง’ แล้ว บริษัทไม่ขาดแคลนพนักงานอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการคือคนที่ซื่อสัตย์กับบริษัทอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างหาก
ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลินมี่แบ่งปันข้อมูลล้ำค่าเหล่านี้ให้ทุกคน ตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจติดตามหลินมี่ ไม่กี่วันต่อมา เจ้านายก็ชี้ช่องทางกองทุนและหุ้นให้เธอซื้อ จนถึงตอนนี้ยังไม่ถึงเดือน เธอก็ทำกำไรไปเกือบสองหมื่นแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนสูงๆ ของเธอทั้งเดือนเลยทีเดียว
แต่เธอไม่เคยลืมจุดยืนและไม่เคยหลงระเริงไปกับมัน เพราะกำไรเหล่านั้นล้วนมาจากการชี้แนะของหลินมี่ เงินพวกนี้หาง่ายจริงๆ ทำให้ชีวิตเธอมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด
แต่หากปราศจากหลินมี่ เธอเองก็ไม่เหลืออะไรเลย!
ดังนั้น ต่อให้เธอจะทำกำไรส่วนตัวได้มากแค่ไหน รากฐานที่แท้จริงก็อยู่ที่หลินมี่นั่นเอง
และตอนที่ไปทานมื้อเย็นกับคุณเว่ยสวิน (魏浔 - Wèi Xún) ครั้งก่อนนั่นแหละ ที่เธอเพิ่งรู้ว่าเจ้านายของตัวเองยังมีพลังวิเศษที่เธอคาดไม่ถึงอยู่อีก!
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งเป็นวันที่ห้าหลังพนักงานชุดแรกเริ่มงาน เจ้านายก็บอกให้เธอเอาข้อมูลนี้ไปบอกพนักงานคนอื่นๆ ถือว่าเป็นสวัสดิการพิเศษของชาว ‘มี่ซิง’
โชคดีที่หลินมี่เป็นคนมีขอบเขต สิ่งที่ให้ทุกคนไปล้วนเป็นหุ้นกองทุนที่ทำกำไรได้นิดหน่อย ให้พื้นที่กำไรไม่เกินห้าพัน เพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนหน้ามืดหรือโลภจนเกินไป
ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขไม่น้อย เพราะมันคือรายได้เสริมที่ได้มาแบบไม่ต้องลงแรง
สำหรับเรื่องนี้เธอก็เห็นด้วย การให้พนักงานได้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ บ้างเป็นครั้งคราว จะช่วยให้พนักงานผูกพันกับบริษัทมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานและความจงรักภักดีที่มีต่อ ‘มี่ซิง’
บอกได้เลยว่าตั้งแต่ช่วงครึ่งเดือนหลังมานี้ บรรยากาศในบริษัทกลมเกลียวกันมาก ไม่มีเรื่องชิงดีชิงเด่นหรือเล่ห์เหลี่ยมอะไรเลย ทุกคนสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่มีใครหมกเม็ด
ดูเหมือนว่าสภาพแวดล้อมการทำงานและความเป็นอยู่ที่มั่นคง จะช่วยขัดเกลาจิตใจคนให้คิดน้อยลงได้จริงๆ
“วางใจได้เลยครับ/ค่ะ คุณหยวน!”
“พวกเราจะระวังตัวกันให้ดีครับ”
“ใช่ครับ ใครก็มาฉุดผมไปจาก ‘มี่ซิง’ ไม่ได้หรอก”
“ผมจะขอติดตามคุณหลินไปจนตาย!”
“ฮ่าๆๆ~ นายดูละครมากไปแล้วมั้ง”
หลินมี่ได้ยินเสียงเฮฮาดังออกมาจากบริษัทก็ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์จากไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
การที่เธอรวยขึ้นคนเดียวนั้นไม่นับเป็นอะไรหรอก แต่การทำให้คนรอบข้างร่ำรวยไปพร้อมกับเธอได้นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่ามีความสามารถที่แท้จริง!
เธอต้องการให้ทุกคนรู้ว่า การติดตาม ‘หลินมี่’ คนนี้ จะไม่มีวันขาดทุนอย่างแน่นอน