ตอน 78
078. นกยูงรำแพน
“คันไม้คันมือหรือไง? เข้าเรื่องซะที!”
เว่ยซวินรู้จักนิสัยของเพื่อนรักดี หากมันกล้าพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีลับลมคมใน แต่ด้วยนิสัยปากเสียชอบกวนประสาทของมัน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องสั่งสอนสักหน่อย
“แค็กๆ! ประเด็นคือตอนบ่ายหลินมี่ก็จะมาด้วยยังไงล่ะ เป็นไง? เพื่อนคนนี้ใจถึงพอไหม?”
น้ำเสียงของกู้เฉินเจ๋อเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับกำลังรอคอยคำชม หากก่อนหน้านี้เขายังไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักคนนี้แค่เห่อของเล่นใหม่หรือเอาจริง แต่หลังจากได้เห็นการร่วมงานของทั้งสามตระกูลในครั้งนี้ เขากล้าเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่า เพื่อนเขาคนนี้ตกหลุมรักเข้าเต็มเปา และครั้งนี้คือของจริง
นานๆ ทีจะเห็นมันใส่ใจผู้หญิงคนไหนขนาดนี้ ในฐานะเพื่อนที่ดี เขาก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยส่งเสริมสักหน่อย
“หลินมี่จะมาด้วยงั้นรึ? นายไปนัดแนะกับเธอได้ยังไง?”
ทันทีที่ได้ยินชื่อที่ทำเอาหัวใจสั่นไหว เว่ยซวินก็ปรับสีหน้าให้จริงจังทันที เขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสงสัย เพราะหลินมี่ไม่ใช่คนประเภทที่จะทิ้งงานการมาเที่ยวเล่นไร้สาระกับใคร
“ตกลงจะมาหรือไม่มา? นายเป็นผู้ชายแท้ๆ ทำไมถึงเรื่องเยอะอย่างนี้วะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ให้ แล้วนายก็จัดการตัวเองแล้วกัน”
พูดจบ กู้เฉินเจ๋อก็รีบวางสายไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เว่ยซวินได้ซักไซ้ต่อ ความรู้สึกสะใจแล่นพล่านอยู่ในอก หึ... มีวันที่แกจะร้อนรนเป็นเหมือนกันสินะ!
“...” เว่ยซวินขมวดคิ้วมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับลง ในเมื่อหลินมี่ตอบตกลงมาพบ แสดงว่าต้องมีธุระอะไรแน่ๆ
ธุระอะไรกันที่เธอต้องมาคุยกับกู้เฉินเจ๋อด้วยตัวเอง? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? แล้วทำไมเธอถึงไม่ติดต่อเขามาโดยตรง?
ยิ่งคิด เว่ยซวินก็นั่งไม่ติด เขาจัดการธุระอย่างรวดเร็ว “หานหลิน นายช่วยคุมการประชุมช่วงบ่ายแทนผมหน่อยนะ ผมมีธุระด่วนต้องไปก่อน”
เขาสั่งงานเสร็จก็คว้ากุญแจรถแล้วเดินออกจากห้องทำงานไปโดยไม่หันกลับมามอง
หานหลินที่ถูกทิ้งไว้ในห้องยืนอึ้งตาค้าง นี่มัน... เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย! เขาตามเจ้านายมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายทิ้งการประชุมแล้วโดดงานไปดื้อๆ
ทว่า คนที่ทำให้เจ้านายผิดปกติและทำลายกฎเกณฑ์เดิมๆ ของตัวเองได้ขนาดนี้ คงหนีไม่พ้น ‘ท่านหญิงหลิน’ คนนั้นแน่ๆ หานหลินคาดเดาในใจ หรือว่าบริษัทหยาเฉวียน (亚创) ของพวกเขากำลังจะมี ‘นายหญิง’ ในเร็วๆ นี้กันนะ?
—
บ่ายสองโมง ณ คฤหาสน์กุหลาบ
แสงแดดในเดือนตุลาคมทอดลงมาบนผืนหญ้าสีเขียวขจีและผิวน้ำในทะเลสาบที่สะท้อนแสงระยิบระยับ บรรยากาศดูสงบเงียบอย่างยิ่ง ที่นี่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินและหญ้าสดชื่น เสียงนกขับขานแว่วหวาน เป็นภาพวาดของชนบทที่แสนผ่อนคลาย
เมื่อหลินมี่มาถึง เธอก็เห็นกู้เฉินเจ๋อกำลังสวมชุดออกกำลังกายสบายๆ หวดไม้กอล์ฟอยู่บนสนามกับกลุ่มเพื่อน มีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ
บนใบหน้าของเขาไม่มีความกังวลใดๆ ยังคงเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวยที่ทำตัวเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายเหมือนเคย ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะยังหัวเราะออกอยู่ไหม
“หลินมี่! มาแล้วเหรอ!”
กู้เฉินเจ๋อเห็นหลินมี่แต่ไกล เขารีบวางไม้กอล์ฟแล้วเดินหน้าบานเข้ามาต้อนรับ “ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันพาเดินชมรอบๆ สภาพแวดล้อมที่นี่ใช้ได้เลยนะ เป็นสถานที่พักผ่อนที่กู้ซื่อเพิ่งลงทุนไป วันนี้เธออยากเล่นอะไรเล่นให้เต็มที่เลย เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดฉันจัดการเอง ไม่ต้องเกรงใจนะ”
“ได้สิ งั้นขอบคุณล่วงหน้านะ”
หลินมี่ตอบรับอย่างเปิดเผยโดยไม่ทำพิธีรีตอง สำหรับลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์เหล่านี้ เรื่องจ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย สำหรับพวกเขา มันเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการคบหาสมาคมเท่านั้น
นี่คือความแตกต่างของพื้นเพชีวิตที่ทำให้เกิดค่านิยมที่ต่างกัน
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินมายังศาลาพักผ่อนอันเงียบสงบ ที่นั่นมีการเตรียมน้ำชาและขนมว่างไว้ต้อนรับแขกเรียบร้อยแล้ว
“เป็นไง? ฉันไม่ได้โม้ใช่ไหมล่ะ ที่นี่บรรยากาศดีจริงๆ” กู้เฉินเจ๋อยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้านราวกับคนไม่มีกระดูก
“เงียบสงบจริงๆ ค่ะ” หลินมี่ตอบเสียงเบา ก่อนจะเข้าประเด็น “จริงสิ ที่คุณให้ฉันช่วยดูดวงชะตาให้ ตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้วนะ”
“จริงเหรอ! แล้ว... ท่านปรมาจารย์หลิน มีผลว่ายังไงบ้างครับ?” กู้เฉินเจ๋อได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขารีบนั่งตัวตรงแล้วแบมือขวาออกมาวางบนโต๊ะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังและอยากรู้อยากเห็นราวกับกำลังตั้งใจฟังคำทำนาย
“ฉันมีคำตอบแล้วค่ะ” หลินมี่กล่าวด้วยท่าทีที่ดูเหมือนผู้รู้แจ้ง
“อะไรนะ? เพิ่งมาถึงเนี่ยนะ? ไม่ต้องหยิบเข็มทิศหรือเหรียญอะไรมาเสี่ยงทายหน่อยเหรอ?”
“...” รอยยิ้มของหลินมี่ค้างไป เธอไม่ใช่ร่างทรงเสียหน่อย จะให้มาทำพิธีอะไรกัน
กู้เฉินเจ๋อทำหน้าสงสัย ดูเหมือนเขาจะงุนงงกับพฤติกรรมของหลินมี่ มันไม่เหมือนกับภาพที่เขาจินตนาการไว้เลย นี่จะเชื่อถือได้จริงหรือเปล่า? “นี่เธอไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอ? ฉันเห็นพวกปรมาจารย์คนอื่นเวลาดูดวง เขาก็ต้องมีหยิบกระดาษยันต์มาท่องคาถาอะไรทำนองนั้น...”
จู่ๆ กู้เฉินเจ๋อก็รู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย ราวกับมีคนมาเขกกะโหลกเขาเข้าให้ เขาโมโหจนหันขวับกลับไปดูว่าใครเป็นคนทำ
“โอ๊ย! ใครมันกล้าเขกหัวฉัน!”
“พูดจาให้มันดีๆ หน่อย”
เว่ยซวินเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ก่อนจะเดินผ่านกู้เฉินเจ๋อไปนั่งลงที่ข้างๆ หลินมี่อย่างสบายใจ
“คุณมาได้ยังไงคะ?” เมื่อเห็นเว่ยซวินปรากฏตัวขึ้น หลินมี่ก็ดวงตาเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ เวลานี้เขาไม่ควรจะยุ่งอยู่กับงานที่บริษัทหรอกหรือ? แถมวันนี้เขายังดูแตกต่างไปจากเดิมมากทีเดียว
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของหลินมี่ที่จ้องมองมา เว่ยซวินก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากลึกขึ้น “วันนี้ผมหยุดงานครับ ยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จักพักผ่อนบ้าง พอดีเจ๋อบอกว่าที่นี่บรรยากาศดี เลยลองแวะมาดู”
หลังจากวางสายจากกู้เฉินเจ๋อ เขาก็กลับบ้านไปเปลี่ยนชุดและจัดแต่งทรงผมใหม่ กว่าจะมาถึงจึงเสียเวลาไปบ้าง
“อืม บรรยากาศดีจริงๆ ค่ะ งั้นคุณก็ควรพักผ่อนให้เต็มที่นะ” หลินมี่พยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่จอมบ้างานอย่างเขารู้จักหาเวลาพักผ่อน
“...” กู้เฉินเจ๋อกระตุกยิ้มที่มุมปากพลางค้อนขวับใส่เพื่อนรัก นายมันร้ายนะที่ทำเป็นเนียน ตอนนี้รู้จักหัดเอาใจสาวโดยไม่เขินอายแล้วเหรอ
ดูสิ... หมอนั่นอุตส่าห์ใส่ชุดกีฬาโทนสีฟ้า แถมยังปล่อยผมที่เคยเซ็ตขึ้นไปลงมาอีกต่างหาก นี่คิดจะทำตัวเป็นเด็กน้อยใสซื่อหรือไง? แต่งตัวดูสดใสกระฉับกระเฉงขนาดนี้ ไม่ต่างจากนกยูงแก่ที่กำลังรำแพนหางอวดสาวเลยสักนิด!
เว่ยซวินค่อยๆ รินชาแล้วเปลี่ยนบทสนทนากลับเข้าเรื่องหลัก “เมื่อกี้พวกคุณคุยอะไรกันอยู่หรือ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ กู้เฉินเจ๋อก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ราวกับต้องการหาพวกพ้อง เขาหัวเราะร่าพลางเล่าสิ่งที่เพิ่งคุยไปให้เว่ยซวินฟัง
เมื่อฟังจบ เว่ยซวินกลับหันไปมองหลินมี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่เหมือนกับกู้เฉินเจ๋อ เพราะเขาเคยเห็นพลัง ‘โหราศาสตร์’ ของหลินมี่มากับตา เขาถึงได้รู้ว่าทำไมวันนี้หลินมี่ถึงใจอ่อนตอบรับคำเชิญของกู้เฉินเจ๋อ
เกรงว่าเธอคง ‘คำนวณ’ ได้นานแล้วว่าตระกูลกู้กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง ถึงได้เจาะจงมาคุยกับกู้เฉินเจ๋อแบบเผชิญหน้า
หลินมี่เห็นสายตาของเขาแล้วก็ยิ้มออกมา เขาช่างเป็นคนเฉลียวฉลาดจริงๆ ที่เข้าใจเจตนาของเธอได้ทันที
“ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วก่อนจะมาที่นี่ ฉันก็พยากรณ์ผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว”
หลินมี่เก็บรอยยิ้มและเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจังขึ้น “กู้เฉินเจ๋อ วิธีการดูดวงของฉันต่างจากคนอื่น ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์พวกนั้น คุณจะถือว่าฉันเปิดตาทิพย์และเห็นภาพอนาคตที่เป็นมงคลหรืออัปมงคลบางอย่างก็ได้ หากคุณเชื่อ ฉันก็จะเล่าต่อไป แต่ถ้าคุณสงสัยในตัวฉัน ก็ให้ถือว่าฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้ก็แล้วกัน”
เธอเต็มใจที่จะช่วยคน แต่คนผู้นั้นก็ต้องมีความต้องการที่จะช่วยเหลือตัวเองด้วยเช่นกัน