ตอน 69
ตอนที่ 69 ทีมงานนักศึกษา
ถ้อยคำของหลินเสี่ยวเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงไปกลางใจของทุกคน
พวกเขาไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่แล้วจะทำอย่างไรได้?
แรงกดดันจากโลกความเป็นจริงเปรียบดั่งขุนเขาที่ทับถมจนพวกเขาแทบหายใจไม่ออก
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาธรรมดาที่มารวมตัวกันเพราะใจรักในสายงานเดียวกันเท่านั้น
ฐานะทางบ้านของแต่ละคนก็อยู่ในระดับทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและออกแบบเกมล้วนมาจากเงินค่าขนมที่เจียดมาเก็บออม รวมถึงรายได้จากการทำงานพาร์ตไทม์ในช่วงเวลาว่างทั้งสิ้น
เกมตัวนี้เสร็จสมบูรณ์มานานหลายเดือนแล้ว หากยังหาบริษัทพัฒนาเกมที่เหมาะสมไม่ได้ งานวิจัยและออกแบบที่เหลืออยู่คงไม่มีทางดำเนินต่อไปได้อีก
ไม่แน่ว่า... ความฝันในการสร้างสรรค์เกมของพวกเขาอาจต้องจบลงเพียงเท่านี้
“เราต้องยอมก้มหัวให้เขาจริง ๆ หรือ? มอบหยาดเหงื่อแรงกายของเราให้คนอื่นไปง่าย ๆ แบบนี้เนี่ยนะ”
หลี่เจ๋อเอ่ยขึ้นด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางสิ้นหวัง
เฉินอวี่หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วค่อย ๆ ผ่อนออกมา ราวกับเพิ่งตัดสินใจเรื่องที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต
เนิ่นนานผ่านไป เขาจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตามีร่องรอยของความเจ็บปวดและความเสียดาย
“งั้น... พรุ่งนี้ค่อยติดต่อไปก็แล้วกัน อย่างน้อยถ้าเซ็นสัญญาได้ เราก็ยังพอมีหนทางรอด หลินเสี่ยวพูดถูก มีดีกว่าไม่มี ไว้เกมหน้าเราค่อยพยายามกันใหม่”
“...” ทุกคนต่างพากันเงียบกริบ
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเฉินอวี่ก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา
เขาปรายตามองโดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ก็ยอมกดรับสาย “สวัสดีครับ?”
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณเฉินอวี่หรือเปล่าคะ? ฉันโทรมาจากบริษัท ‘มี่ซิงอินเวสต์เมนต์’ (觅星投资) ดิฉันชื่อหยวนหยวนค่ะ” ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเป็นมืออาชีพ
“ผมเฉินอวี่ครับ สวัสดีครับ!” เฉินอวี่ชะงักไป บริษัทลงทุนงั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นอย่างที่เขาคิด?
เมื่อเห็นเพื่อน ๆ หันมามองเป็นตาเดียว เขาจึงรีบยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง
“...” ทุกคนต่างพากันสงบปากสงบคำ
เสียงปลายสายยังคงกล่าวต่อไป “ฉันทราบมาว่าทีมของคุณกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ผู้พัฒนาเกม ทางบริษัทเราและท่านประธานหลินมีความชื่นชมและมองเห็นศักยภาพในโครงการเกมต้นฉบับและการออกแบบของพวกคุณมากค่ะ
ไม่ทราบว่าพวกคุณสะดวกไหมคะ? ท่านประธานหลินอยากนัดพบเพื่อพูดคุยด้วยตนเอง พวกคุณวางใจได้เลยค่ะ ทาง ‘มี่ซิงอินเวสต์เมนต์’ จะรับผิดชอบเรื่องการจัดจำหน่ายและการสนับสนุนด้านเทคนิคหลังจากนี้ให้ทั้งหมด
และรับประกันว่าสิทธิ์ความเป็นเจ้าของผลงานต้นฉบับ (IP) จะยังคงเป็นของพวกคุณ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือโอนย้ายใด ๆ หากตกลงรายละเอียดกันได้เรียบร้อย เราสามารถเซ็นสัญญาการลงทุนกันได้ทันทีค่ะ”
“ที่คุณพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ? ไม่ต้องร่วมชื่อเจ้าของผลงานใช่ไหม? แถมยังสนับสนุนด้านเทคนิคให้ด้วย?” เฉินอวี่ถามย้ำด้วยความตื่นเต้น
“จริงค่ะ ทาง ‘มี่ซิงอินเวสต์เมนต์’ รับผิดชอบแค่เรื่องการลงทุนและการโฆษณาประชาสัมพันธ์เท่านั้น ส่วนเรื่องการพัฒนาเทคนิค เราจะไม่เข้าไปก้าวก่ายและให้พวกคุณเป็นผู้ตัดสินใจเองทั้งหมดค่ะ”
เฉินอวี่เผยรอยยิ้มกว้าง “ได้ครับ! แล้วจะให้นัดเจอวันไหนดีครับ? พวกเราว่างตลอดเวลาครับ”
“พรุ่งนี้บ่ายสองโมงค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งที่อยู่บริษัทไปให้ รบกวนคุณช่วยกดรับคำขอเป็นเพื่อนในแอปเขียว (绿泡泡 - Lǜpàopào) ด้วยนะคะ”
“ได้ครับ ได้เลย ขอบคุณมากครับ! เดี๋ยวผมกดรับเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากวางสาย เฉินอวี่ก็ดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น ราวกับยกภูเขาออกจากอก
สายโทรศัพท์สายนี้เปรียบดั่งแสงสว่างจาง ๆ ที่ช่วยปัดเป่าเมฆหมอกความขุ่นมัวจากบริษัทญี่ปุ่นรายก่อนหน้านี้
อย่างน้อยนี่ก็เป็นบริษัทแรกที่ไม่ได้เปิดฉากมาด้วยการกดขี่เรื่องเงิน แต่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจและให้เกียรติ
พวกเขาให้เกียรติในผลงานออกแบบ เข้าใจในความยากลำบาก และที่สำคัญคือยอมรับในความสามารถของทีมพวกเขา
ต่อให้พรุ่งนี้พอไปเจอหน้ากันแล้ว พวกเขาจะเสนอราคาใกล้เคียงกับบริษัทญี่ปุ่นหรือน้อยกว่านั้น เขาก็เต็มใจที่จะร่วมงานกับ ‘มี่ซิงอินเวสต์เมนต์’ บริษัทนี้!
“ใครโทรมาเหรอหัวหน้า?”
“ว่ายังไงบ้าง? บริษัทนั้นเปลี่ยนใจแล้วเหรอ?”
ทุกคนต่างพากันสอบถามอย่างกระตือรือร้น เห็นได้ชัดว่าท่าทีของเฉินอวี่ในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อครู่มาก
เฉินอวี่กดรับคำขอเป็นเพื่อนในแอปเขียวไปพลางตอบกลับเพื่อนร่วมทีม “ไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่นเจ้าเดิมครับ เป็นอีกบริษัทหนึ่ง พวกเขาถูกใจเกมของเราและอยากนัดเราไปคุยกันพรุ่งนี้บ่าย”
“จริงเหรอเนี่ย?” หลินเสี่ยวอุทานด้วยความดีใจ ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า ใครจะอยากยอมเสียเปรียบกันเล่า
“ยอดไปเลย ในที่สุดก็มีทางเลือกอื่นสักที” หวังจวิ้นถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลี่เจ๋อรีบบอก “งั้นผมยังไม่โทรกลับหาบริษัทญี่ปุ่นนั่นนะ พรุ่งนี้เราไปดูที่ ‘มี่ซิง’ ก่อน”
“ถูก ต้องไม่รีบ!”
“มี่ซิงอินเวสต์เมนต์เหรอ? เดี๋ยวฉันลองเช็กข้อมูลบริษัทดูหน่อยดีกว่า อย่าไปเจอพวกต้มตุ๋นเข้าล่ะ” จางฮ่าวรีบเปิดหน้าเว็บขึ้นมาตรวจสอบทันที
“ดี ๆ”
สองสามนาทีผ่านไป จางฮ่าวก็ทำหน้าลำบากใจ “หัวหน้า บริษัทที่ชื่อ ‘มี่ซิงอินเวสต์เมนต์’ นี้เพิ่งจดทะเบียนไปไม่นานเองครับ เป็นบริษัทน้องใหม่ แต่ว่าตึกออฟฟิศที่พวกเขาตั้งอยู่ดูหรูหรามากเลยนะ มีแต่บริษัทข้ามชาติชื่อดังทั้งนั้น”
“บริษัทใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งงั้นเหรอ? แบบนี้...”
“จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรหรือเปล่า? เกมยังไม่ได้ขาย แต่พวกเรากลับโดนหลอกแทน”
“ใช่สิ บริษัทใหม่ไว้ใจได้จริงเหรอ? บริษัทญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ถึงจะกดขี่หนักไปหน่อย แต่อย่างน้อยบริษัทเขาก็มีตัวตนชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะหอบเงินหนี”
เฉินอวี่ขมวดคิ้ว “แต่พวกเราเป็นแค่นักศึกษา ไม่ได้มีเงินอะไรให้เขาหลอก ที่จะถูกหลอกได้ก็มีแค่ตัวเกมนี่แหละ พรุ่งนี้เราไปดูสถานการณ์ก่อนเถอะ
อีกอย่าง บริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีศักยภาพไม่ใช่เหรอ? ทีมเด็กมหาวิทยาลัยอย่างเราเองก็ถูกคนอื่นมองว่าไม่มีอนาคตเหมือนกัน แล้วเรามีสิทธิ์อะไรไปเลือกปฏิบัติกับนักลงทุนล่ะ”
“หัวหน้าพูดถูก บริษัทญี่ปุ่นนั่นมันหน้าเลือดเกินไป อยากได้ส่วนแบ่งทุกอย่าง งั้นเราลองไปดูก่อนแล้วกัน”
“ผมเห็นด้วย ยังไงซะสถานการณ์มันก็เลวร้ายไปกว่าตอนนี้ไม่ได้แล้ว”
“ตกลงตามนี้”