ตอน 59

ตอนที่ 59 ความผิดปกติของเว่ยสวิน

“เอาล่ะ งั้นขับรถดีๆ นะ” หลินมี่พยักหน้าพลางขยับตัวเตรียมปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อลงจากรถ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะระบบปุ่มกดของรถคันนี้ต่างจากคันที่เคยใช้ หรือเธอทำวิธีผิดกันแน่ ตัวล็อกกลับติดขัดดึงไม่ออกเสียอย่างนั้น เธอพยายามกระตุกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ หลินมี่รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? “อย่าเพิ่งรีบสิ เดี๋ยวฉันช่วย” เว่ยสวินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยขึ้น พร้อมกับโน้มตัวเข้ามาหาหลินมี่ ชั่วพริบตา พื้นที่ที่เคยดูว่ากว้างขวางภายในรถกลับดูแคบลงถนัดตา กลิ่นไม้หอมจางๆ ที่สะอาดสดชื่นผสมกับกลิ่นอายบุหรี่บางเบาบนตัวเขา อบอวลไปทั่วจนหลินมี่รู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเอาไว้ เมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น ไล่ไปตามแนวสันกรามชัดเจน เธอเห็นลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงได้อย่างชัดเจน หลินมี่เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเกร็งแน่นจนไม่กล้าขยับเขยื้อน ทว่าเว่ยสวินดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงความผิดปกติของเธอเลย ความสนใจของเขาจดจ่ออยู่กับตัวล็อกเล็กๆ นั้น นิ้วมือเรียวยาวทรงพลังของเขาแตะลงบนหลังมือเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะนำทางนิ้วของเธอให้พบกับปุ่มปลดล็อกที่ซ่อนอยู่ แล้วกดลงไปเบาๆ “คลิก~” เสียงเบาๆ ดังขึ้น เข็มขัดนิรภัยดีดตัวออกทันที เสียงนั้นดังก้องชัดเจนในรถที่เงียบสนิท ราวกับมันตอกย้ำลงไปบนหัวใจของหลินมี่ ปลายนิ้วของเขาอุ่นจัด ในจังหวะที่สัมผัสกับหลังมือเธอ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านจนปลายนิ้วเธอรู้สึกชาไปหมด “เรียบร้อยแล้ว” เว่ยสวินยิ้มบอกหลินมี่ เขาหันหน้ามาเล็กน้อยจึงได้พบว่าใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ใกล้เสียจนหากเขาขยับอีกนิดเดียวก็คงประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นได้เลย ภายใต้แสงสลัวในรถ สายตาคมลึกซึ้งของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของหลินมี่โดยตรง ในวินาทีนั้น อุณหภูมิภายในรถพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน ลมหายใจอุ่นๆ วนเวียนอยู่ข้างแก้มของกันและกัน ราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว “อะแฮ่ม~” ในตอนนั้นเอง แสงไฟจากรถที่วิ่งผ่านไปแวบหนึ่งทำให้เว่ยสวินได้สติขึ้นมา ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีลนลาน เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นแล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ฝันดีนะ” ใบหน้าหล่อเหลาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ตรงหน้า ประกอบกับเสียงทุ้มต่ำที่ชวนให้หัวใจสั่นไหว การโจมตีสองต่อเช่นนี้ทำให้หลินมี่ต้องกำเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น ให้ตายเถอะ! ใครจะไปทนทานต่อความหล่อเหลานี้ได้กันล่ะ! เว่ยสวินพูดจบก็ถอยกลับไปนั่งที่นั่งคนขับอย่างใจเย็น ราวกับบรรยากาศกำกวมที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงการกระทำที่เป็นธรรมชาติที่สุดระหว่างคนสองคน “อื้ม ฝันดีค่ะ” หลินมี่สูดหายใจลึก เอ่ยลาอย่างรีบร้อนก่อนจะคว้ากระเป๋าถือแล้วเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที เว่ยสวินไม่ได้รีบขับรถออกไป เขานั่งนิ่งอยู่ในรถ มองดูหลินมี่เดินเร่งฝีเท้าเข้าไปในประตูหมู่บ้าน จนกระทั่งร่างนั้นลับสายตาไปตรงหัวมุม เขาจึงถอนสายตากลับมา เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วดูเหมือนจะยังหลงเหลือสัมผัสอันนุ่มนวลจากผิวของเธออยู่ มุมปากของเขาเผลอยกยิ้มจางๆ ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติและจริงใจที่สุด เขารู้ดีว่าพฤติกรรมของตัวเองในช่วงนี้ดูผิดปกติไปมาก มักจะเผลอทำอะไรที่ไม่เหมือนวิสัยเดิมของตนเองออกมา พูดตามตรง เขาเป็นคนที่มีความต้องการควบคุมสูง ไม่ว่าจะทำอะไรเขามักจะมีแผนการและเป้าหมายที่ชัดเจน เขาชอบให้ทุกอย่างสมเหตุสมผลและเป็นระบบ ไม่ชอบให้สถานการณ์หลุดออกจากการควบคุม เพราะนั่นหมายถึงความยุ่งยากที่จะตามมา และเขาไม่ชอบความยุ่งยาก ทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับหลินมี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้นั้น เขากลับไม่ได้รู้สึกต่อต้านหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เขากลับทำตามเสียงหัวใจตัวเองอย่างง่ายดาย เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสว่าคำว่า “ห้ามใจไม่อยู่” นั้นเป็นอย่างไร รุ่งเช้าวันต่อมา หลินมี่ลุกจากเตียงด้วยสภาพที่มีขอบตาดำคล้ำ เมื่อคืนนี้เธอเกิดอาการนอนไม่หลับอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงตั้งนานกว่าจะข่มตาหลับได้ เมื่อมองดูตัวเองในกระจกที่ดูโรยรา หลินมี่ถอนหายใจ “เสน่ห์ชายหนุ่มนี่มันทำลายล้างจริงๆ...” ไม่ได้การล่ะ เธอต้องเป็นหญิงแกร่งที่มุ่งมั่นกับการสร้างเนื้อสร้างตัว จะมัวมาหลงใหลในความหล่อเหลาได้ยังไง? เมื่อนึกถึงบริษัทที่เพิ่งซื้อมา หลินมี่ก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอก็คว้ากระเป๋าออกเดินทาง สิบโมงครึ่ง หลินมี่เดินเข้ามาในบริษัทใหม่ ทั้งชั้นเงียบกริบจนได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นชัดเจน “บอสคะ มาแล้วหรือคะ?” หยวนหยวนได้ยินเสียงจึงรีบเดินออกมาจากห้องด้านข้าง “อื้ม เป็นยังไงบ้าง?” หลินมี่เดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมที่สะอาดสะอ้านและสว่างไสว เธอก็รู้สึกวางใจก่อนจะนั่งลง หยวนหยวนเริ่มรายงานทันที “เมื่อวานฉันส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ตัวแทนจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วค่ะ พวกเขาจะจัดการเรื่องขั้นตอนและเอกสารทั้งหมดให้เรา น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ เมื่อวานตอนบ่ายฉันประกาศรับสมัครงานบนเน็ตแล้ว บ่ายนี้มีคนมาสัมภาษณ์สิบคนค่ะ เมื่อกี้พนักงานทำความสะอาดเพิ่งจัดการทำความสะอาดบริษัทจนเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ” วันนี้เธอมาถึงบริษัทตั้งแต่แปดโมงเช้า ทั้งที่ทำงานเป็นลูกจ้างมาหลายเดือน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมีความกระตือรือร้นในการมาทำงานขนาดนี้ แม้ว่าตอนนี้บริษัทจะยังไม่มีพนักงานสักคนก็ตาม! แต่เธอกลับรู้สึกเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน! บอสบอกแล้วว่าสองหมื่นนั่นแค่เงินเดือน ถ้าทำผลงานได้ดี โบนัสปลายปีไม่มีทางน้อยแน่นอน ดังนั้นเธอต้องแสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้างานดีขนาดนี้แล้วยังไม่ขยัน ก็คงเป็นเพราะสมองเธอมีปัญหาแล้วล่ะ “อื้ม ลำบากเธอหน่อยนะ นี่คือสัญญาโครงการแรกที่บริษัทเราลงทุน เก็บเอาไว้หลังจากอ่านเสร็จนะ” หลินมี่หยิบสัญญาซื้อขายที่ดินจากการประมูลเมื่อคืนออกมาจากกระเป๋า “ห๊ะ? บริษัทเรามีสัญญาธุรกิจเร็วขนาดนี้เลยหรือคะ?” เมื่อได้ยินดังนั้น หยวนหยวนรับสัญญามาด้วยความมึนงง บอสของเธอนี่ทำงานรวดเร็วทันใจจริงๆ ซื้อบริษัทมาเมื่อวานซืน ยิ่งพนักงานยังไม่ได้จ้าง โครงการธุรกิจก็มาถึงมือเรียบร้อยแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าประสิทธิภาพในการทำงานของบอสนั้นสุดยอดจริงๆ ไม่ได้การแล้ว ในฐานะผู้ช่วยคนสนิทของบอส เธอจะถ่วงความเจริญไม่ได้ ต้องรีบจ้างพนักงานเข้ามาให้เร็วที่สุด เธอมีความรู้สึกสังหรณ์ใจว่า อีกไม่นานคงจะมีโครงการที่สองตามมาแน่ๆ “ห้าล้านห้าแสนหยวนหรือคะ?” หยวนหยวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขราคาที่ดิน “บอสคะ คุณซื้อที่ดินผืนนี้มาจะทำอะไรคะ? จะสร้างบ้านหรือคะ?” ที่ดินแถบชานเมืองที่ห่างไกลขนาดนี้ นอกจากจะสร้างบ้านแล้ว เธอก็นึกไม่ออกว่าทำอะไรได้อีก “เอาไว้ลงทุนก่อนน่ะ ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแหละ เดี๋ยวก็มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาขอซื้อต่อเอง อ้อ ช่วงนี้เธอคอยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินแถบชานเมืองด้วยนะ” หลินมี่กังวลว่าต่อจากนี้จะมีเรื่องจุกจิกเยอะจนเธออาจจะลืม จึงสั่งกำชับให้หยวนหยวนช่วยจับตาดู “อ๋อ ได้ค่ะ” แม้หยวนหยวนจะยังงงๆ แต่สำหรับคำสั่งของบอส เธอก็รับปากโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ยังไงเสีย บอสย่อมมีเหตุผลของบอสอยู่แล้ว! ตอนเที่ยง หลินมี่สั่งอาหารมาทานกับหยวนหยวนในออฟฟิศ ส่วนการสัมภาษณ์ตอนบ่ายเธอตั้งใจจะดูด้วยตัวเอง เพราะพนักงานชุดแรกนั้นสำคัญมาก อีกอย่างวันนี้เธอก็ไม่มีธุระอะไรอื่นด้วย ตอนนี้ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทกำลังดำเนินการ สถานที่ก็ไม่มีปัญหา สิ่งของที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม หยวนหยวนก็กำลังทยอยจัดซื้ออยู่